นที่สามวางไว้บนตู้กับข้าว และชิ้นสุดท้ายวางไว้ซ้ายมือโต๊ะไม้อ่านหนังสือลมหายใจถูกสูดเข้าเต็มปอด โจวหมิงรุ่ยเดินกลับมายังกึ่งกลางห้องและใช้เวลาสงบจิตใจนานหลายนาที่ จนกระทั่งเท้าขวาขยับไปด้านหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะเริ่มเดินทวนเข็มนาฬิกาเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสเมื่อจบก้าวแรก มันเปล่งเสียง“เซียนราชันฟั้าดินประทานโชค”ก้าวที่สอง“เทพสวรรค์ฟั้าดินประทานโชค”ก้าวที่สาม มันสูดลมหายใจก่อนเปล่งเสียง“จักรพรรดิสวรรค์ฟั้าดินประทานโชค”
เมื่อจบก้าวสุดท้าย มันท่องคาถาพร้อมกับหลับตาทำสมาธิสงบจิตใจ“ราชันสวรรค์ฟั้าดินประทานโชค”หลังจากกลับมายืนในจุดกึ่งกลางอีกครั้ง โจวหมิงรุ่ยเฝั้ารอผลลัพธ์ด้วยใจจดจ่อ อารมณ์ความรู้สึกหลากหลายกำลังถาโถมทั้งคาดหวัง กระสับกระส่าย รวมถึงหวาดกลัวตนจะกลับไปโลกเดิมได้หรือไม่จะมีผลข้างเคียงอะไรไหมหรือจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันความไม่รู้คือบ่อเกิดของสองความรู้สึก หนึ่งคืออยากรู้อยากเห็น และสองคือหวาดกลัว โดยแม้จะหลับตาสนิท แต่เปลือกตากลับยังมองเห็นแสงสีแดงทะมึนทันใดนั้น ห้วงความคิดในหัวโจวหมิงรุ่ยเริ่มปันปั่วนและหมุนเคว้ง ไม่ว่าจะพยายามเพียงใดก็มิอาจยับยั้งอาการดังกล่าวผ่านไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มสัมผัสได้ว่า บรรยากาศรอบตัวเริ่มหยุดนิ่ง แต่ยังเปียมด้วยมวลพลังปริศนาปริมาณเข้มข้น
ถัดมาไม่นาน เกิดเสียงเพรียกอันโหยหวนดังแว่วข้างหูอย่างต่อเนื่อง บ้างดังชัดเจนเสมือนมีใครยืนกระซิบ บ้างดังหวีดแ