ฟังเพลงพลางเต้นรำด้วยท่าทางที่ตัวเองคิดค้น แน่นอนว่าไม่เข้าจังหวะเลยสักนิด แต่สีหน้ากลับยินดีปรีดาประหนึ่งเทวดาและนางฟั้าตัวน้อยจากสรวงสวรรค์
สตรีใบหน้าไร้อารมณ์เดินผ่านโจวหมิงรุ่ยไป กระโปรงที่เธอสวมมีสภาพสกปรกมอมแมม ผิวพรรณตามร่างกายหยาบกร้านแววตาของหญิงสาวจ้องมองรอบข้างอย่างเฉื่อยชาไร้อารมณ์ตอบสนอง จนกระทั่งเหลือบไปเห็นกลุ่มเด็กเต้นรำ มุมปากเธอพลันกระตุกเล็กน้อย ราวกับได้เห็นตัวเองย้อนกลับไปสามราวสิบปีก่อนโจวหมิงรุยเดินแซงเธอไปพร้อมกับเลี้ยวตัดเข้าถนนอีกเส้นก่อนจะหยุดหน้าร้านที่ปั้ายเขียนว่า ‘สลินเบเกอรี่’เจ้าของร้านคือหญิงชราใจดีวัยเจ็ดสิบกว่านามว่า ‘เวนดี้·สลิน’ เส้นผมสีขาวเทาทั้งหัว สวมรอยยิ้มอบอุ่นตลอดเวลาเวนดี้ขายขนมปังและเค้กที่ร้านแห่งนี้มาแต่ไคลน์จำความได้ทิงเก็นบิสกิตและเค้กมะนาวของเธอคือของขึ้นชื่อของเมืองมีรสชาติเปรียบประหนึ่งอาหารจากสรวงสวรรค์… โจวหมิงรุ่ยน้ำลายสอทันทีเมื่อจินตนาการจากความทรงจำไคลน์“คุณนายสลิน ขอขนมปังแปดปอนด์ครับ”
“โอ้ ไคลน์ที่รักเองหรือ เบ็นสันไปไหนแล้วล่ะ ยังไม่กลับจากทำงานใช่ไหม?”เวนดี้ถามพลางอมยิ้ม“อีกไม่กี่วันก็กลับครับ”โจวหมิงรุ่ยตอบคลุมเครือขณะเวนดี้นำขนมปังไรย์ใส่ถุง เธอถอนหายใจยาวพลางเริ่มบทสนทนา“เขาเป็นคนหนุ่มที่ทำงานหนักกว่าใครเสมอ หวังว่าจะมีภรรยาที่ดีนะ”กล่าวจบ เวนดี้อมยิ้มมุมปากพร้อมกับเล่าต่อไปด้วยน้ำเสียงร่าเริง“แต่ก็ดีแล้วล่ะ ไคลน์ขอ