ะสีเหลืองหม่น ส่องแสงทองแดงเล็กน้อยยามกระทบแสง ด้านหน้าสลักรูปบุรุษสวมมงกุฎ ส่วนด้านหลังมี ‘เลขหนึ่ง’ นูนอยู่บนรวงข้าวสาลีโจวหมิงรุ่ยรู้ว่านี่คือสกุลเงินพื้นฐานของอาณาจักรโลเอ็นผู้คนเรียกมันว่า ‘เพนนีทองแดง’ ค่าเงินหนึ่งเพนนีในโลเอ็นจะมีมูลค่าราวสามถึงสี่หยวนของโลกเก่าที่โจวหมิงรุ่ยเคยอาศัยยังมีเหรียญประเภทอื่นอยู่อีก ได้แก่ ห้าเพนนี ครึ่งเพนนี และ
หนึ่งส่วนสี่เพนนี แต่ยังคงไม่ใช่หน่วยเงินที่เล็กพอ ในชีวิตประจำวัน การจ่ายตลาดแต่ละหนจำเป็นต้องซื้อของหลายๆ ชิ้นเพื่อจ่ายหนึ่งเหรียญโจวหมิงรุ่ยพลิกเหรียญเพนนีที่ถูกนำมาใช้ครั้งแรกหลังจากพระเจ้าจอร์จที่สามขึ้นครองราชย์เล่นบนมืออยู่สองสามรอบ ก็นำไปแทรกกลางระหว่างรูช่องว่างมิเตอร์แก๊สกริ๊ก!ทันทีที่เหรียญหล่นถึงก้นเครื่อง เฟืองกลไกเริ่มขยับ เกิดเป็นท่วงทำนองอันไพเราะโจวหมิงรุ่ยยืนมองมิเตอร์เพื่อให้แน่ใจ หลังจากผ่านไปสองสามนาที่ มันเดินกลับมายังโต๊ะเนื้อไม้พร้อมกับบิดหมุนสวิตช์ตะเกียงแก๊สแกร่กๆๆ! พรึ่บ!เปลวเพลิงในตะเกียงถูกจุดติดและขยายขนาดอย่างรวดเร็วแสงสว่างแผ่จากด้านในตะเกียงไปยังโดยรอบผ่านกระจกใส ทำให้ทั้งห้องปกคลุมไปด้วยแสงนวลอบอุ่น
ความมืดมิดสลายไป สีแดงระเรื่อจากจันทร์เลือดเริ่มเลือนลง โจวหมิงรุ่ยรู้สึกสงบใจได้บ้าง มันเดินกลับไปยังหน้ากระจกแต่งตัวทันที่ในครานี้ มันบรรจงเพ่งมองรอบขมับพลางสังเกตรายละเอียดหลังจากสำรวจถี่ถ้วน มันพบว่า นอกจ