น ยามเห็นคนผู้นี้ก็กล่าวกับเจียงผิงอันเสียงขรึมว่า “เจ้าอาจพบคู่มือแล้ว”
เหมียวเสียหารู้ไม่ว่านี่คืออวตารของเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันเคยบอกเหมียวเสียแล้วว่าตนถูกผู้อาวุโสจากสำนักเซียนเทียนหลานรับเป็นศิษย์ แต่นางก็แค่ฟังผ่าน ๆ
เหมียวเสียคิดว่าเจียงผิงอันหนีออกมาแล้ว หารู้ไม่ว่าเขาทิ้งอวตารร่างหนึ่งไว้ที่นั่น
เหตุที่เจียงผิงอันไม่พูดออกมาก็เพราะเหมียวเสียไม่ถาม และอีกอย่าง เขากลัวว่าอีกฝ่ายจะเป็นห่วงเขา
“คู่มือ? ไม่เสมอไปหรอก” เจียงผิงอันยิ้มบาง
“ไฉนเจ้ายังดื้อดึงอีกนะ?”
เหมียวเสียไม่รอเจียงผิงอันอธิบาย นางก็เริ่มเทศนาด้วยท่าทีเช่นผู้อาวุโส
“อย่าคิดเชียวว่าเจ้ามีฝีมือนิดหน่อยจะเยี่ยมยอดอะไร เจ้าเอาชนะคนมาเพียงเก้า ยังมีอัจฉริยะอีกเก้าสิบคนอยู่เหนือเจ้า ทุกระดับขั้นต่างกันมหาศาล”
“เจ้าต้องจำไว้เสมอว่า เหนือคนมีคน เหนือเซียนมีเซียน”
เจียงผิงอันมองใบหน้าเคร่งขรึมของเหมียวเสีย และเอ่ยว่า “สัจธรรมเหล่านี้ เจ้าไม่ต้องพูด ข้าก็เข้าใจมาก่อนเจ้าเกิดแล้วล่ะ”
เหมียวเสียรู้สึกเสมอว่าสายตาของเจียงผิงอันมองนางดุจบิดามองบุตรี และรู้สึกหงุดหงิดนัก “รู้แล้วยังทำตัวไม่รู้ความ!”
“แต่ข้าจะชนะนี่” เจียงผิงอันว่า
“โมโหชะมัดยาด ทำไมเจ้าจึงยังเย่อหยิ่งอยู่เช่นนี้นะ ก็ได้ เดิมพันกันสักครั้ง หากเจ้าชนะได้จริง ๆ ข้าจะให้ศาสตราเซียนกับเจ้าชิ้นหนึ่งเลย!”