ล้าผู้ฝึกตน
หลายปีมานี้ ความรุ่งเรืองของพวกเขาสำนักเพียวเหมี่ยวก็มีส่วนเพราะทรัพยากรที่เจียงผิงอันสนับสนุนให้
“พี่ผิงอัน ไม่ต้องสนใจพวกเขาหรอก” หลี่เยว่เยว่ไม่อยากเสียเวลา ลากเจียงผิงอันหายวับไปทันที
หากว่าด้วยมารยาทโดยทั่วไป ทุกคนต้องกล่าวชมกันไปมา แล้วจัดสำรับอาหารกันสักหน่อย แต่หลี่เยว่เยว่ไม่อยากเสียเวลาอันมีค่ากับสิ่งเหล่านี้ การอยู่กับเจียงผิงอันตามลำพังสำคัญที่สุด
ผู้อาวุโสทั้งหลายมองหน้ากันแล้วส่ายหัวอย่างจนใจ เจ้าสำนักอ่อนวัยใจร้อน หามีความสุขุมไม่ โดยเฉพาะยามพบเจียงผิงอัน
“แปลกจริง มิใช่พูดกันหรือว่าเจ้านิกายเจียงมิอาจฝึกฝน ไฉนจู่ๆ เขาก็ปรากฏตัวใกล้ ๆ โดยที่เรามิทันสังเกตได้?” หนึ่งในเหล่าผู้อาวุโสพูดอย่างสงสัย
“บางทีเจ้านิกายเจียงอาจได้เรียนวิชาเร้นกายทรงพลังอะไรมาเราเลยมิอาจตรวจพบก็ได้ หาไม่แล้วก็ต้องมีขอบเขตสูงกว่าเรา แต่พวกเจ้าก็รู้ว่าเจ้านิกายเจียงมิอาจฝึกฝน จึงเป็นไปไม่ได้” ผู้อาวุโสคนหนึ่งว่า
เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ผู้อาวุโสทั้งหลายก็ทอดถอนใจอย่างแสนเสียดาย
“เฮ้อ น่าเสียดาย หากเจ้านิกายเจียงฝึกฝนต่อไปได้ บางทีภายหน้าเขาก็อาจเป็นนักพรตเสินซวีคนที่สอง เหินทะยานบรรลุเซียนในยุคสมัยนี้ก็ได้”
ปวงชนล้วนทราบว่าเจียงผิงอันฝึกฝนวรยุทธ์ของเขตแดนมารมืดทมิฬ และเมื่อไร้ความช่วยเหลือจากเขตแดนมารมืดทมิฬ เขาก็ไม่มีทางพัฒนาต่อได้ มีแต่ต้องติดอยู่ในขอบเขตบูรณาการไปตลอดกาล
แม้ขอ