นมีพลังป้องกันเบ็ดเสร็จและ ‘ลักษณ์วิญญาณศึก’ ซึ่งสามารถทุ่มปราณทั้งหมดในการโจมตีเหนือขีดจำกัด
เขาเพิ่งกลืนกินเซียนไปสอง ย่อยปราณส่วนใหญ่ในกายทั้งสองไปแล้ว ยามนี้เมื่อใช้ ‘ลักษณ์วิญญาณศึก’ ออกมา พลังจากมันจึงน่าสะพรึงกลัวสุดแสน
วิญญาณศึกขนาดมหึมาเหยียบย่างเหนือธรณี มวลดาราโคจรบนศีรษะ เงื้อหมัดโอฬารออกหมัดทำลายล้างอันแข็งแกร่งที่สุด ‘ไร้จำนน’ ซึ่งผสานกับความเชื่อมั่นไร้สั่นคลอนเข้าใส่ทั้งสาม ฉีกทึ้งสุญตาตลอดทาง
ทั้งสามต่างตกใจ พลังจากหมัดนี้เกินระดับพลังของยอดฝีมือขอบเขตเซียนมนุษย์จะใช้ได้อย่างแน่นอน!
พวกมันอยากหนี แต่ก็พบว่าถูกอำนาจทรงพลังสะกดไว้ ไร้หนทางหนีพ้น มีแต่ต้องมองหมัดนั้นโรยลงจากฟ้า
ตู้ม!
หนึ่งหมัดทลายโลกา บรรพตลำธารในอ่างสัมฤทธิผลสลายหายสุญตาร้าวถล่ม โปรยปรายเศษซากไปทั่วทิศ พลังอันน่าสะพรึงกลัวเกือบเกินขีดจำกัดที่อ่างสัมฤทธิผลจะรับไหว รอยร้าวก็เริ่มไต่ลามบนอ่างสัมฤทธิผล
เซียนมารทั้งสามก็แหลกเป็นชิ้น ๆ
แต่พวกมันก็มิได้ตกตาย
ไม่ว่าการโจมตีของเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งเพียงไร หากมิใช่พลังกลืนกินก็ไร้ทางใดปลิดชีพพวกมันอย่างถาวร เว้นแต่จะผลาญโลหิตพวกมันรายหยด
มีเพียงโคจรพลังกลืนกินด้วยคัมภีร์มารกลืนสวรรค์ จึงสังหารพวกมันได้ง่ายดาย
เขากางเขตแดนทะเลโลหิต กลืนเลือดเนื้อของเซียนมารทั้งสาม
“เจียงผิงอัน! เจ้าจบสิ้นแล้ว ฆ่าเราไป เราเขตแดนมารมืดทมิฬไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่! เราเขตแดนมารมืดทมิฬร