“พวกเจ้าจากเขตแดนมารมืดทมิฬมาทำอะไรกัน? ไม่รู้หรือว่าหากใช้อำนาจระดับเซียนจะเรียกยอดฝีมือจากภพเซียนมา? ถึงยามนั้นไม่ว่าใครก็อย่าหวังอยู่สบาย”
หนึ่งเสียงดังขึ้นเย็นเยียบ เจียงผิงอันเดินบนสุญตา เรือนผมดำปลิวไสวกลางสายลม สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวทะลวงชั้นอนธการมองตรงมายังเหล่ามารจากเขตแดนมารมืดทมิฬ
ยามผู้นำระดับสูงของนิกายเทวมารเห็นเจียงผิงอันปรากฏตัว ก็รีบส่งกระแสปราณบอกเขา “ใต้เท้าเจ้านิกายรีบติดต่อจักรพรรดิสูงสุดของราชวงศ์ต้าเฉียนเถิด ยามนี้มีเพียงเซียนมนุษย์เฉียนเท่านั้นที่จะช่วยเราได้!”
แม้เจ้านิกายของพวกเขา เจียงผิงอันจะเป็นอัจฉริยะล ้าเลิศ ไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน แต่เขาก็ยังมิใช่เซียน ห่างชั้นแสนไกลนัก
“มิต้องห่วง แค่เซียนมนุษย์ทั่วไปห้าตนเอง” เจียงผิงอันตอบเบา ๆ
แค่เซียนมนุษย์ทั่วไปห้าตน? แค่?
เมื่อได้ยินวาทะของเจียงผิงอัน ปวงชนก็เกือบสงสัยว่าได้ยินผิดไปหรือไม่ เซียนใช้คำว่า ‘แค่’ กับ ‘ทั่วไป’ มาบรรยายได้แต่ยามใด?
ทั่วทั้งโลกหล้ามีเซียนมนุษย์เพียงเฉียนฮวั่นโหรว เซียนทั้งห้านี้กวาดล้างเผ่ามนุษย์ราบคาบได้แล้ว ไม่สิ ต้องบอกว่ากวาดล้างทั่วโลกหล้าผู้ฝึกตนได้เลยต่างหาก นอกจากเขตหวงห้ามอีกสองแห่ง ก็ไร้ผู้ใดหยุดพวกมันได้
เมื่อเห็นท่าทีเฉยชาของเจียงผิงอัน มารสวรรค์ก็แค่นยิ้มเย้ย “เจ้าคิดว่าเรามิกล้าลงมือ? ก่อนหน้านี้ข้าก็ไม่กล้าลงมือกับเจ้าจริง ๆ แต่ยามนี้ไม่เหมือนกันแล้ว เราเปิดทางเข้า