หมียวจิ่งเครียดขรึมทันที “พ่อรู้ว่าเจ้าชอบเจียงผิงอัน แต่จะกระทำตัวไม่สนกฎเกณฑ์มิได้นะ การประลองนี้มีทั้งผลเต๋าวิญญาณเซียนและหน้าตาของสำนักเป็นเดิมพัน ผู้เข้าร่วมล้วนเป็นอัจฉริยะหัวกะทิของสำนักใหญ่ จะก่อเรื่องมิได้…”
“น้องชายข้าแข็งแกร่งมากนะ”
เหมียวเสียกล่าวขัดคำบิดา พูดอย่างสุดมั่นใจ “ในขั้นต้นระดับเขตแดน น้องชายข้าติดสิบอันดับแรกของระดับได้แน่นอน!”
ผู้อาวุโสมากมายมองหน้ากันด้วยสายตาไม่เชื่อถือ
เจียงผิงอันเข้าสำนักเซียนอวี่หวงมาได้นานเพียงไรเชียว? เขาหนีอยู่ข้างนอกอยู่เนิ่นนาน เวลาตั้งใจฝึกฝนก็แค่ไม่กี่ปี ต่อให้เจียงผิงอันเติบโตเร็ว ก็ไม่มีทางมีพลังต่อสู้ติดสิบอันดับแรกได้แน่นอน
เหมียวเสียเห็นสายตาไม่เชื่อถือของคนเหล่านี้ ก็เอ่ยขึ้นว่า “หากไม่เชื่อ จะให้น้องชายข้าประลองกับพวกเขาสักหน่อยก็ได้นะ”
“ตำแหน่งถูกระบุตัวแล้ว นาวาเซียนกำลังจะออกตัว ไม่มีเวลาปราชัน ช่างมันเถอะนะ” เหมียวจิ่งไม่แสดงความลำเอียงใด ๆ จากคำขอของบุตรสาว
บางเรื่องผ่อนผันได้ แต่เรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์สำนักและสถานการณ์โดยรวมห้ามละเลยเป็นอันขาด