“เป็นแม่นางที่น่ารักจัง”
เหมียวเสียก้าวเข้ามากอดเจียงเมี่ยวอีเข้าสู่อ้อมแขน
เจียงเมี่ยวอีรู้สึกเหมือนจะขาดอากาศ จึงรีบผลักอีกฝ่ายออกแล้วถามอย่างเคลือบแคลง “เจ้าเป็นใคร?”
นางเพิ่งเคยเห็นสตรีนางนี้ครั้งแรก ยุ้งฉางที่อกจะใหญ่โตเกินไปแล้ว
“ข้าเป็นศิษย์พี่หญิงของบิดาเจ้าที่ภพเซียน ชื่อเหมียวเสียสถานะเช่นเดียวกับแม่เจ้า” เหมียวเสียแนะนำตัวอย่างกระตือรือร้น
“สถานะเช่นเดียวกับแม่ข้า… เงอะ! เจ้าเป็นผู้หญิงของพ่อข้ารึ!”
เจียงเมี่ยวอีเข้าใจตัวตนของอีกฝ่ายแล้ว ก่อนจะเหลือบมองเจียงผิงอันข้าง ๆ กัน “ท่านพ่อ ท่านนี่หลายใจจริงนะ มีสตรีข้างกายอีกคนแล้ว”
“มิใช่ความผิดพ่อเจ้าหรอก ฝีมือข้าเองแหละ หาไม่เจ้าบื้อนี่คงไม่มีวันเข้าใจ”
เหมียวเสียกล้าแกร่งอย่างยิ่ง สารภาพ ‘ความน่ารังเกียจ’ ของตนต่อสาธารณะ
ยามเจียงเสียวเสวี่ยได้ยินเช่นนี้ นางก็หน้าแดงก ่าทันใด
เจียงเมี่ยวอีชอบเรื่องซุบซิบเป็นที่สุด ได้ยินเรื่องภายในก็ตาลุกวาว “เหมือนแม่ข้าเลย ข้าได้ยินแม่ข้าบอกอยู่ว่านางก็ใช้กำลังรวบหัวรวบหาง ท่านป้าเมิ่งก็เหมือนกัน”
ทันใดนั้น เจียงเมี่ยวอีก็ฉุกนึกอะไรได้ หันไปหาเฉียนฮวั่นโหรวที่อีกฟากหนึ่ง “ท่านป้าเฉียนคงมิได้ทำเช่นนี้เหมือนกันหรอกกระมัง?”
“อื้อ”
เฉียนฮวั่นโหรวตอบเบา ๆ
เจียงเมี่ยวอีถามเจียงผิงอันอย่างสงสัย “ท่านพ่อ ถูกหญิงงามปลุกปล ้ารู้สึกเช่นไรหรือ?”
เจียงผิงอันพูดด้วยใบหน้าถมึงทึง “เจ้าอยากโดนกักบริเวณเด็