ดขาดในนิกายเทวมารร้อยปีไหมเล่า?”
บุตรีผู้นี้จะนอกกรอบก๋ากั่นเกินไปแล้ว กระทั่งคำถามเช่นนี้ยังถามมาได้
ได้ยินบิดาตนคาดโทษ เจียงเมี่ยวอีก็ขวัญผวาจนรีบหุบปากไป
เจียงผิงอันดึงยันต์สื่อสารออกมา เตรียมตัวติดต่อเมิ่งจิงและหลี่เยว่เยว่เพื่อบอกข่าวดี
ทว่า ทันทีที่เขาควักยันต์สื่อสารออกมา ก็ถูกเจียงเมี่ยวอีฉวยไปทันควัน
“เจ้าทำอะไรของเจ้า?” เจียงผิงอันเดาการกระทำของบุตรีผู้นี้ไม่ออกเลย
“พ่อจะติดต่อท่านป้าเมิ่งใช่ไหม?” เจียงเมี่ยวอีถาม
“ใช่ ทำไมหรือ?”
“ท่านพ่อซื่อบื้อ เรื่องใหญ่หนักหนาเพียงนี้ ใช้ยันต์สื่อสารติดต่อได้ที่ไหน ท่านต้องลอบไปหาพวกนางเองให้พวกนางคาดไม่ถึงต่างหาก สตรีชอบเรื่องเช่นนี้ที่สุดเลยจะบอกให้”
เจียงเมี่ยวอีพร ่าสอนอย่างเคืองเหล็กมิเป็นเหล็กกล้า
เจียงผิงอันดูสับสน เรื่องเช่นนี้ก็มีด้วยหรือ?เขาหันไปหาเฉียนฮวั่นโหรวและเหมียวเสียข้าง ๆ ตนอย่างหาคำยืนยัน
เหมียวเสียกอดยุ้งฉางมหึมาของนางพลางเอ่ยว่า “ถูกต้อง สตรีอย่างเราชอบเรื่องไม่คาดฝัน เรื่องดี ๆ แบบนี้ย่อมต้องไปบอกด้วยตัวเองจึงดีที่สุด”
เฉียนฮวั่นโหรว สตรีผู้ใช้ชีวิตมาเนิ่นนานก็พยักหน้าเห็นด้วย
“สตรีช่างซับซ้อนนัก” แม้เจียงผิงอันจะไม่เข้าใจ แต่ในเมื่อสตรีทั้งหมดนี้ล้วนเห็นพ้องต้องกัน ดังนั้นไปบอกพวกนางด้วยตัวเองก็จะทำให้พวกนางยินดียิ่งกว่า
เจียงผิงอันถามเจียงเมี่ยวอี “เจ้าผนึกอวตารข้าไว้ที่ใด?”
ก่อนจะไปจากภพแร้นแค้น เขาทิ้งอวตารพ