้เดียว
เป้าหมายของเขามันชัดเจนมาก เขากำลังขอความเห็นชอบและการสนับสนุนจากผู้คนรอบตัวด้วยการถามออกมาว่า
“ทุกคนไม่คิดแบบนั้นหรอ?”
การปลุกปั่น
เป็นการชักจูงความคิดของคนที่เหลือให้อยู่ด่านนี้ให้มากที่สุด และควบคุมพวกเขา
“ไม่ว่าจะแบบปกติหรือพิเศษมันก็ยังคงอันตรายอยู่ดี แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็แค่บทฝึกสอน มันคงไม่ได้ยากไปกว่าด่านเขตพื้นที่เป็นกลางใช่ไหม?”
เมื่อได้ยินคำว่า “แค่บทฝึกสอน” ซอลจีฮูก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ฉันคิดว่าการอยู่ที่นี่เพื่อเสียงอันตราย และได้อยู่อย่างสุขสบายในเขตพื้นที่เป็นกลางมันดีกว่าการต้องไปลำบากในเขตพื้นที่เป็นกลางหลังจากผ่านบทฝึกสอนปกติ ดังนั้นแล้วฉันจะอยู่ที่นี่”
ดูจากการทำความเข้าใจสถานการณ์ในระดับหนึ่ง เขาคงจะได้รับคำอธิบายมา นี่มันเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง แต่ว่าในรูปแบบนี้มันมีแต่จะแย่สำหรับเขา
แต่ไม่ว่าจะยังไงเรื่องที่ว่าชายหนุ่มไม่ยอมเปลี่ยนใจก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ในท้ายที่สุดคำพูดของเขาก็ได้ออกมาจากความไม่รู้
“มันถึงเวลาหยุดฝัน และตื่นขึ้นมาได้แล้ว”
ตอนนั้นเองฟีโซราก็ได้กระโดดเข้ามา
“ฉันอุสาห์ใจดีแบ่งข้อมูลให้แล้วนะ แต่นี่อะไรล่ะ? ฮ่าห์ ก็ได้ ช่างมัน ทำตามใจเลย”
ฟีโซราได้หยุดจ้องชายหนุ่ม และหันไปมองซอลจีฮู
“นายก็ด้วยนะ ไม่ว่านายจะพูดอะไรหากพวกเขาดื้อดึงแบบนี้ พวกเขาก็ไม่ฟังหรอก พอได้เจอกับมันแล้ว พวกเขาก็คงจะเข้าใจเองว่า ‘อ่า ฉันซวยแล้ว’”
หลังจากเยาะเย้ยด้วยความไม