“ผิงอัน อย่าวู่วาม เจ้าคนเดียวไม่ไหวหรอก ข้าจะไปด้วย”
เมื่อเห็นเจียงผิงอันจะไล่ล่าเซียนมนุษย์ตามลำพัง เฉียนฮวั่นโหรวก็เตรียมตามไปด้วยอย่างกังวลใจ
เหมียวเสียยื่นมือคว้านางไว้ “ไม่ต้องหรอก เจ้าบื้อคนเดียวก็พอแล้ว”
“ผิงอันยังไม่บรรลุเซียน จะสู้กับเซียนมนุษย์ตามลำพังได้อย่างไร?” เฉียนฮวั่นโหรวประจักษ์แล้วว่าเจียงผิงอันยังไม่บรรลุเซียนสองฝ่ายห่างกันหนึ่งขอบเขต ไม่มีทางที่ปุถุชนจะประมือเซียนไหว
“ข้าไม่โกหกเจ้าหรอก หากมีอันตราย ข้าจะพุ่งไปไวกว่าเจ้าอีก”
เจียงผิงอันสามารถพอประหารเดนเซียนในภพเซียนได้ตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน เดนเซียนในภพเซียนล้วนแข็งแกร่งกว่ายอดฝีมือระดับเซียนมนุษย์ในภพบุกเบิกเป็นไหน ๆ
นอกจากนั้น แม้เจ้าเฒ่าชิวซื่อผิงจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังบาดเจ็บมิอาจหายดี พลังต่อสู้ถดถอยเสียหาย
เจียงผิงอันคนเดียวก็พอแล้ว
“ผิงอันแข็งแกร่งเพียงนั้นแล้วหรือ?” สายตาของเฉียนฮวั่นโหรววาบไหวอย่างตกใจระคนเหลือเชื่อ
“แข็งแกร่งจริงแหละ โดยเฉพาะความเร็วที่สูงยิ่ง ไว้เจ้าเผชิญกับตัว เดี๋ยวก็รู้เองว่าดุแค่ไหน” รอยยิ้มพิกลปรากฏบนใบหน้าของเหมียวเสีย
เฉียนฮวั่นโหรว “…”
นางรู้สึกชอบกลว่า ‘ความเร็ว’ ที่เหมียวเสียว่าดูไม่เหมาะไม่ควรไปสักนิด
ชิวซื่อผิงสบโอกาสก็ทิ้งคนอื่น ๆ หนีออกจากสมรภูมิลำพัง “เด็กเวรสมควรตาย ถึงกับพายอดฝีมือระดับเซียนมาช่วย”
เขาคิดว่าหนนี้จะจัดการเจียงผิงอันได้แน่ มิคาดว่าเจียงผิงอันจะพายอดฝี