แต่เมื่อสติกลับมา หลี่เจียเฟิ่งก็ถอนหายใจและส่ายหัว “ถ้าอยากให้อันจิ่วเม่ยกับคุณย่าสบาย ฉันต้องทำหน้าที่นี้ต่อไป…” เขาพูดกับตัวเองราวกับให้กำลังใจในเช้าวันสุดท้ายก่อนเดินทาง หลี่เจียเฟิ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารสายตามองย่าอันที่กำลังจิบน ้าซุปไก่ร้อน ๆ ขณะที่อันจิ่วเม่ยนั่งอยู่ข้าง ๆ คอยช่วยเสิร์ฟอาหารให้ย่าอย่างเอาใจใส่“คุณย่าครับ ขาของคุณย่าเป็นยังไงบ้าง?” หลี่เจียเฟิ่งถามด้วยน ้าเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงย่าอันยิ้มกว้าง “ดีขึ้นมากแล้วจ้ะ ไม่ต้องห่วง หมอบอกว่าแค่กินของบำรุงดี ๆ ก็จะหายสนิท ไม่ต้องไปโรงพยาบาลบ่อย ๆ ให้ยุ่งยากอีกแล้ว”หลี่เจียเฟิ่งพยักหน้าอย่างโล่งใจ ก่อนจะหันมามองอันจิ่วเม่ย “จิ่วเม่ย เรื่องบ้านที่ฉันเคยขอไว้จากกองทัพ… เธอคิดจะไปอยู่ไหม”อันจิ่วเม่ยเงยหน้าขึ้นมามองเขา แววตาครุ่นคิดอยู่ พักหนึ่ง ก่อนจะบอกว่า“ มันห่างจากปักกิ่งมากไหมคะ”“ใกล้มาก” หลี่เจียเฟิ่งพยักหน้า น ้าเสียงมั่นใจ “เธอไม่ต้องกังวลเรื่องเดินทางเลย ฉันจะดูแลให้ทุกอย่างพร้อม”
คำพูดนั้นทำให้อันจิ่วเม่ยยิ้มบาง ๆ แต่หลี่เจียเฟิ่งกลับยิ้มกว้างในใจ เพราะแท้จริงแล้ว นี่เป็นข้ออ้างของเขาเพื่อให้ภรรยาของตัวเองได้มาอยู่ใกล้ ๆ กันหลังจากนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง อันจิ่วเม่ยก็พูดขึ้น “แล้วคุณล่ะคะ?ทำไมไม่ลองสอบมหาวิทยาลัยบ้าง?”คำถามนั้นทำให้หลี่เจียเฟิ่งนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ“ฉันคิดไว้อยู่แล้วว่าจะสอบ แต่คงต