รงงานอาหารเมื่อส่งผ้ากับแบบให้หลันฮวาเสร็จ อันจิ่วเม่ยยิ้มสดใส รู้สึกโล่งใจที่งานทุกอย่างเรียบร้อย แต่หลี่เจียเฟิ่งขมวดคิ้วจนแทบจะมุ่นติดกันเขาหันมาถามเธอ “ตอนนี้เธอหาเงินได้เท่าไหร่กันแน่?”จากที่เขาพาอันจิ่วเม่ยไปแวะมาหลายที่ นอกจากรายการสั่งซื้อจากซื่อหงแล้ว เหมือนเธอจะเป็นลงทุนอะไรสักอย่างกับลู่เหออันจิ่วเม่ยยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบด้วยน ้าเสียงสบาย ๆ “ประมาณหนึ่งร้อยถึงสองร้อยหยวนต่อเดือน”คำตอบนั้นราวกับสายฟ้าฟาด หลี่เจียเฟิ่งถึงกับเสียอาการเงินเดือนของเขาในฐานะผู้พันที่เพิ่งได้เลื่อนขั้นยังไม่เท่ารายได้ของเธอเลย
“ไม่ต้องห่วงหรอก เงินคุณก็เหมือนเงินฉัน เงินฉันก็เหมือนเงินคุณ” อันจิ่วเม่ยพูดปลอบพลางหัวเราะ “ถ้าคุณเบื่อการเป็นทหารเมื่อไหร่ เดี๋ยวฉันเลี้ยงคุณเอง”หลี่เจียเฟิ่งฟังแล้วรู้สึกทั้งอยากหัวเราะและร้องไห้พร้อมกัน ทว่าคำพูดของเธอนั้นทำให้เขายิ้มกว้าง เขาเอื้อมมือไปกุมมือเธอแน่นพลางคิดในใจว่า ไม่ว่ายังไง เขาจะไม่มีวันปล่อยเธอไปเด็ดขาด…หลังจากจัดการธุระเรียบร้อย หลี่เจียเฟิ่งเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “จิ่วเม่ย ฉันขอแวะที่ไปรษณีย์หน่อย มีเรื่องต้องโทรไปที่ฐานทัพ”อันจิ่วเม่ยพยักหน้า “ได้สิ เดี๋ยวฉันรอคุณตรงนั้น” เธอชี้ไปยังม้านั่งที่อยู่ใกล้ ๆเมื่อหลี่เจียเฟิ่งเข้าไปในไปรษณีย์ เขาโทรไปที่ฐานทัพอย่างรวดเร็ว สั่งการลูกน้องใต้บังคับบัญชาให้สืบเรื่องจดหมายของเขา“ตรวจสอบให้แน่ชั