หมิ่นเหลียนซินหันมายิ้มตอบ “ใช่ค่ะ ฉันเลยถือโอกาสคุยกับคุณย่าระหว่างรอ”อันจิ่วเม่ยไม่ได้แปลกใจที่หมิ่นเหลียนซินมาหาในเวลานี้ เพราะเธอคาดไว้แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องมาพร้อมกับหนังสือเรียนที่ตั้งใจจะมาฝากไว้กับเธอ“เข้ามาข้างในกันเถอะ ฉันเตรียมอาหารไว้แล้ว เรากินข้าวพร้อมกัน” อันจิ่วเม่ยพูดด้วยน ้าเสียงอบอุ่นหมิ่นเหลียนซินรีบโบกมือปฎิเสธทันที แค่อันจิ่วเม่ยให้เธอมาอ่านหนังสือที่นี้ก็เกรงใจแย่แล้ว ยังมาเตรียมอาหารให้เธออีก“ยังไงคุณก็มาแล้วกินข้าวก่อนจะได้มีแรงไปทำงานต่อ แค่คุณเดินกลับไปที่ไร้ก็ไม่น่าจะกินข้าวทันแล้วนะ เดี๋ยวเลิกจากงานไร่ คุณก็ต้องมาอ่านหนังสือกับฉันอีก”หมิ่นเหลียนซินคิดตามก่อนพยักหน้าตกลงก่อนประคองย่าอันเดินเข้าไปในบ้านส่วนหลี่เจียเฟิ่งก็ขับรถเข้าเมืองเพื่อซื้อกล่องดนตรี เขาเดินผ่านร้านขายของฝากหลายร้านจนกระทั่งเจอร้านหนึ่งที่มีของตกแต่งน่ารักและคลาสสิก
กล่องดนตรีที่ตั้งอยู่บนชั้นมีลวดลายสวยงามและดูไม่ซ ้าแบบใครเขาเลือกกล่องที่มีลายดอกไม้สีชมพูอ่อน ตัวกล่องทำจากไม้แกะสลักอย่างประณีต เสียงดนตรีเป็นเพลงที่ฟังแล้วชวนให้รู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายเขาลองหมุนกล่องดนตรีฟังเพลงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจซื้อด้วยความมั่นใจ ‘กล่องดนตรีนี้เหมาะกับเธอที่สุด’ เขาคิดถึงอันจิ่วเม่ยในใจเมื่อกลับมาถึงฐาน หลี่เจียเฟิ่งจัดการใส่กล่องดนตรีลงในกล่องพัสดุพร้อมกับจดหมายที่เขาเขียนไว้ เขาเดินไปยังที่ทำ