แม้จะไม่รู้ว่าตัวเองจะคุยอะไรกับเขาได้บ้าง แต่อันจิ่วเม่ยก็พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ทุกคนจึงพากันแยกย้ายไป ครอบครัวของหญิงคนนั้นย้ายห้องพักผู้ป่วยไปแล้ว ตอนนี้จึงเหลือแค่พวกเขาเอง“เฮ้อ น่าสงสารเด็กคนนั้นจริง ๆ ที่ต้องเจอแม่แบบนี้”อันหนิงเหอถอนหายใจ รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรเพื่อเด็กคนนั้นไม่ได้เลย จึงรู้สึกหดหู่ใจอันจิ่วเม่ยพูดว่า “ป้า ไม่พูดเรื่องนั้นแล้ว พวกเรามาคุยเรื่องสนุกๆ กันดีกว่า เช้านี้ฉันประสบความสำเร็จในการร่วมมือกับโรงงานอาหารแล้วล่ะ!”ที่มาที่นี่โดยเฉพาะก็เพื่อให้ครอบครัวของป้าเธอได้เตรียมพร้อมพอกลับไปก็จะได้จัดการได้เลยเมื่อได้ยินดังนั้น ฉีหลิวเหว่ยก็ถามอย่างใจร้อนว่า “น้องสาว แล้วเรื่องความร่วมมือที่เธอบอกแม่ฉันนั้นเป็นยังไงกันแน่ แม่ฉันเล่าไม่ค่อยชัดเจน เธอช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม?”พอพูดถึงเรื่องนี้ ฉีเหวินหยางก็สนใจขึ้นมา เดินเข้ามาสองก้าวจ้องมองอันจิ่วเม่ยอย่างตั้งใจเมื่อวานอันจิ่วเม่ยแค่อธิบายสถานการณ์คร่าว ๆ ตอนที่แม่ลูกห้องข้าง ๆ ออกไปเดินเล่น แต่กลัวว่าพวกเขาจะกลับมากะทันหัน
ประกอบกับอันหนิงเหอทั้งตื่นเต้นทั้งกังวล จึงอธิบายไม่ค่อยชัดเจนทำให้สามีและลูกชายของเธอรู้สึกเหมือนมีแมวมาข่วนใจทรมานมาทั้งคืน ในที่สุดก็รอจนอันจิ่วเม่ยมาถึง และตอนนี้ก็ไม่ต้องระวังอะไรอีกแล้ว จึงยิ่งใจร้อนขึ้นไปอีกอันจิ่วเม่ยจึงเล่าเรื่องที่เธอบอกป้าสะใภ้นางเอกเมื่อวานให้พวกเขาฟังอีกครั้ง น ้าเสี