จากนั้นก็กล่าวลาพวกเขาเพื่อเดินทางกลับบ้าน พร้อมย ้าว่าพรุ่งนี้จะนำอาหารมาส่งให้อีก“ไม่ต้องลำบากแล้วนะ จิ่วเม่ย พวกเรายังมีเงินอยู่บ้าง ซื้อกินเองก็ได้” อันหนิงเหอพูดด้วยน ้าเสียงเกรงใจ แต่สายตาก็เต็มไปด้วยความซาบซึ้งอันหนิงเหอพูดด้วยความเกรงใจ เธอไม่อยากรบกวนหลานสาวอีก เพราะจากที่คุยกันเมื่อครู่ เธอรู้ว่าอันจิ่วเม่ยยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกมาก“ไม่เป็นไรค่ะ ยังไงพรุ่งนี้ฉันก็ต้องเข้าเมืองมาทำธุระอยู่แล้ว แค่แวะมาเท่านั้นเอง”อันจิ่วเม่ยยิ้มพลางโบกมือ ก่อนจะก้มลงกระซิบกับอันหนิงเหออย่างเบา ๆ“ป้าคะ ตอนที่ไม่มีใครอยู่ ช่วยเล่าเรื่องที่หนูเคยบอกป้าไว้ให้พี่ชายกับลุงฟังหน่อยนะคะ ถามความคิดเห็นของพวกเขาด้วย ส่วนรายละเอียดเดี๋ยวเราค่อยคุยกันอีกทีตอนพี่ชายออกจากโรงพยาบาลค่ะ”
“ได้เลย!” อันหนิงเหอตอบรับอย่างกระตือรือร้น สีหน้าตื่นเต้นเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธออยากกลับบ้านเพื่อหาเงินและเริ่มต้นสิ่งที่อันจิ่วเม่ยบอกให้เร็วที่สุดอันจิ่วเม่ยไม่ได้กลับหมู่บ้านทันที แต่เลือกแวะไปที่บ้านของฟางหรูก่อน ทันทีที่ไปถึง เธอก็ได้ยินจากเพื่อนบ้านว่าฟางหรูได้ย้ายออกไปแล้ว ตอนนี้กลับกลายเป็นผู้หญิงท้องโตคนหนึ่งที่ย้ายเข้ามาอยู่แทนเพื่อนบ้านคนนั้นเห็นว่าอันจิ่วเม่ยมาหาฟางหรู คิดว่าอาจเป็นญาติหรือคนรู้จักกัน จึงเล่าเพิ่มเติมให้ฟังอีกสองสามประโยค“ครอบครัวฝั่งสามีของผู้หญิงคนนั้นช่างแย่จริง ๆ อยากให้เธอเลี้ยงดู