อันจิ่วเม่ยเล่าเรื่องพวกนี้ให้ป้าฟัง ไม่ใช่เพื่อต้องการคำชม หัวข้อสนทนาจึงเปลี่ยนไปเรื่องความร่วมมืออย่างเป็นธรรมชาติ“ป้าหนิงเหอ หมู่บ้านของเราอยู่ห่างกัน ผักพวกนี้ฉันช่วยไม่ได้ในตอนนี้ แต่หมู่บ้านของเรารับซื้อถั่วเหลืองและพริกแห้งเป็นประจำป้าลองกลับไปปรึกษากับผู้นำหมู่บ้านของป้าได้ รวบรวมมาขายให้พวกเรา เรื่องราคาหนูจะให้มาตรฐาน พวกป้สไปเจรจากันเอง ถ้ามีเหลือก็เก็บไว้เอง”การทำธุรกิจก็ต้องมีกำไรบ้างนะอันหนิงเหอตกใจจนเหงื่อแตก รู้ดีว่าอันจิ่วเม่ยต้องการช่วยเหลือพวกเขา แต่เธอไม่เคยทำเรื่องแบบนี้มาตลอดชีวิต จึงรู้สึกกังวลใจ“บะ…แบบนี้… แบบนี้ ป้ากลัวว่าจะอธิบายไม่ชัดเจน…”อันหนิงเหอรู้สึกทั้งตื่นเต้นและกลัว รู้ว่านี่เป็นโอกาสที่จะพลิกชีวิตของครอบครัว แต่ก็กลัวว่าตัวเองจะพูดไม่เป็น ทำให้โอกาสดี ๆต้องสูญเปล่าอันจิ่วเม่ยพูดว่า “ไม่เป็นไร ถ้าป้าพูดไม่เป็นก็ให้พี่ชายไปพูดแทน พี่ใหญ่เป็นคนที่ทำงานเก่ง เชื่อว่าเขาจะต้องจัดการเรื่องนี้ได้ดีแน่นอน ถ้าสำเร็จจริง ๆ ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวเราก็จะดีขึ้นไม่น้อยเลย”
“ดี ๆ ๆ” อันหนิงเหอพยักหน้าหงึก ๆ แล้วได้ยินอันจิ่วเม่ยพูดต่อว่า “อีกไม่กี่ปีก็ให้ผ่านไปแบบนี้ก่อน ถ้ามีทางเลือกอื่นฉันจะแจ้งให้พวกป้ารู้แน่นอน”“จิ่วเม่ยป้าเชื่อเธอ! ขอบคุณมากนะ”อันหนิงเหอแสดงสีหน้ามุ่งมั่นราวกับจะเข้าพรรค เธอไม่กลัวเลยว่าอันจิ่วเม่ยจะหลอกเธอ เพราะตอนนี้เธอเป็นภรรยาทหา