จึงทั้งสนใจและกลัวสิ่งเหล่านี้ ถ้าไม่มีอันจิ่วเม่ยพามา เธอคงไม่กล้าเข้ามาเลย“อ้าว น้องสาว เธอมาหาพี่ฟางหรูใช่ไหม? พี่เขาไม่ได้มาหลายวันแล้วนะ ลาหยุดไปน่ะ”เสียงทักทายดังขึ้นจากพนักงานขายคนหนึ่งที่จำอันจิ่วเม่ยได้เธอยิ้มอย่างเป็นมิตร เพราะยังไม่ลืมว่าเด็กสาวคนนี้ใจดีเสมอ แม้แค่พูดคุยกันไม่กี่คำก็ยังให้ประโยชน์แก่คนอื่น รอบก่อนที่คุยกัน อันจิ่วเม่ยยังเคยให้ผักสดติดไม้ติดมือกลับบ้านไปฟรี ๆอย่างไรก็ตาม การที่พนักงานขายเริ่มบทสนทนาในครั้งนี้ ไม่ได้มีเจตนาเพื่อหวังผลประโยชน์อะไร แต่เป็นเพียงการทักทายด้วยความหวังดีเท่านั้นเมื่อได้ยินดังนั้น อันจิ่วเม่ยหันไปมองป้าหนิงเหอ ก่อนจะดึงป้ามาใกล้พลางถามพนักงานขายด้วยน ้าเสียงเบา ๆ และสุภาพ“พี่คะ แล้วพี่รู้ไหมว่าทำไมพี่ฟางหรูถึงลาหยุด?”
พนักงานขายคนนั้นเห็นอันจิ่วเม่ยเรียกเธอว่าพี่เช่นกัน รอยยิ้มบนใบหน้าจึงจริงใจขึ้นมาก เธอพูดเบา ๆ ว่า “สามีของเธอมีคนอื่นข้างนอก ช่วงนี้กำลังทะเลาะเรื่องหย่าร้างกันที่บ้านน่ะ!”พูดจบ พนักงานขายก็ทำปากจู๋แล้วถอนหายใจว่า “ถ้าเป็นฉันอายุปูนนี้แล้ว จะหย่าไปทำไมกัน ฟางหรูเธอนี่ จริงจังเกินไปแล้ว!”ในความคิดของเธอมีผู้ชายน้อยคนนักที่ไม่นอกใจ คนส่วนใหญ่ก็แค่อดทนแล้วก็ผ่านไป แต่ฟางหรูกลับจริงจังเกินไป ทำให้เรื่องบานปลาย ถึงขั้นลาหยุดเพื่อไปหย่าร้างเมื่อได้ยินความคิดเห็นแบบนี้ อันจิ่วเม่ยไม่รู้สึกแปลกใจอะไร คนส่วนใหญ่ในยุคนี้ก็