หน้าลงมือสั่งสอนอันจิ่วเม่ยเสียบ้างเยี่ยนเอ๋อหวังใช้โอกาสนี้ระบายความอิจฉาที่เธอเก็บซ่อนในใจทว่า ยังไม่ทันที่เธอจะเปิดปากพูดอะไร ก็กลับถูกด่าจนหน้าชาเสียก่อน“มองอะไร! ยังยืนอยู่ที่นี่ในเวลางาน วันนี้อย่าหวังจะได้ค่าแรงเลย!”เยี่ยนเอ๋อพอได้ยินว่าจะไม่ได้ค่าแรง ก็ไม่สนใจเรื่องอันจิ่วเม่ยอีกต่อไป รีบวิ่งเข้าโรงงานไป หวังว่าจะแสดงผลงานให้ดีเพื่อจะไม่ถูกหักเงินเดือนอันจิ่วเม่ยก้าวผ่านประตูใหญ่ของโรงงานผ้า มองหาตำแหน่งห้องทำงานของหัวหน้าโรงงาน ก่อนจะเดินตรงไปยังที่หมายอย่างมั่นใจในขณะนั้น พานซินหรงซึ่งกำลังว่างอยู่พอดี ได้รับแจ้งจากลุงยามว่ามีแขกกำลังมาเยือน จึงเตรียมตัวรอรับเธออยู่ล่วงหน้า พร้อมทั้งรินน ้าดื่มไว้ให้เรียบร้อยไม่นานนัก เสียงเคาะประตูดังขึ้น พานซินหรงลุกขึ้นไปเปิดประตูทันที เมื่อเห็นว่าเป็นอันจิ่วเม่ยอย่างที่คาดไว้ เธอยิ้มกว้างต้อนรับ
“สวัสดีค่ะ พี่พานซินหรง” อันจิ่วเม่ยเอ่ยทักทายด้วยน ้าเสียงสุภาพ“จิ่วเม่ย มา ๆ เข้ามาก่อนสิ” พานซินหรงเชิญเธอเข้ามาในห้องด้วยความยินดี ก่อนจะพาไปนั่งที่โซฟาทันทีที่ทั้งสองนั่งลง อันจิ่วเม่ยก็เปิดประเด็นอย่างรวดเร็ว “ฉันต้องขอโทษที่รบกวนเวลาของพี่นะคะ นี่คือแบบร่างที่ฉันวาดไว้ช่วงนี้ไม่ทราบว่าพี่พอจะพิจารณาได้หรือเปล่า?”พานซินหรงรับแบบร่างจากอันจิ่วเม่ยด้วยรอยยิ้มอบอุ่นและให้กำลังใจ “ไม่เป็นไรเลย นี่เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว มาดูกันเถอะ”แม้ในใจ