วเม่ยหาเถาวัลย์ที่ค่อนข้างแข็งแรงมามัดเว่ยป๋อหลินไว้กับต้นไม้ แล้วจึงนั่งยอง ๆ ลงตรวจสอบร่างกายของสุนัขตัวน้อยทั้งสามตัวของตัวเองด้วยตาเปล่ายังมองไม่เห็นว่ามีปัญหาอะไร แต่อันจิ่วเม่ยก็ไม่กล้าประมาท จึงหยิบน ้าวิเศษที่เธอเตรียมไว้ออกมาให้พวกมันดื่ม ถ้ามีบาดแผลก็จะได้รักษา ถ้าไม่มีบาดแผลก็ยิ่งดี จะได้บำรุงร่างกายสุนัขตัวน้อยทั้งสามดื่มน ้าแล้วใช้หัวถูไถมือของอันจิ่วเม่ยอย่างสนิทสนม จากนั้นก็เดินเข้าไปกัดเท้าเว่ยป๋อหลินทีเดียว“โอ๊ย!”
เว่ยป๋อหลินตื่นขึ้นมาทันทีด้วยความเจ็บปวด ท้ายทอยมึนงงในขณะที่ขามีสุนัขตัวน้อยกำลังกัดขาเขาอยู่ เขาพยายามจะสลัดมันออกแต่ทำยังไงก็ไม่หลุดสักที“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!”เจ้าตูบอีกสองตัวที่เห็นว่าตื่นขึ้นมาก็เห่าขึ้นมาอีกอันจิ่วเม่ยเอาน ้าที่ตัวเองดื่มเหลือราดลงบนหัวของเขาเพื่อให้เขาได้สติ แล้วถามด้วยน ้าเสียงราบเรียบว่า “ได้สติแล้วหรือยัง?”“พูดมาสิ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ถึงได้ทำให้คุณรีบร้อนลงมือทำร้ายฉันขนาดนี้”เว่ยป๋อหลินที่เมื่อกี้ยังงุนงงอยู่ พอได้ยินคำพูดนี้ก็สร่างเมาขึ้นมาทันที“หมายความว่ายังไง?”เขาพยายามบังคับตัวเองให้สงบลง รอให้อันจิ่วเม่ยปลดเชือกที่มัดเขาก่อนค่อยว่ากัน“ผมแค่ชอบคุณจริง ๆ อยากจะอยู่กับคุณ แต่คุณก็ปฏิเสธผมตลอด ผมเลย…”เขาหาข้ออ้างให้ตัวเอง แต่พูดยังไม่ทันจบก็ถูกอันจิ่วเม่ยขัดขึ้นมา
“พอเถอะ ฉันรู้ทุกอย่างแล้ว ข้ออ้างที่นายหามาหลอกฉันไม่ได้หรอก ก็แค่