พูดยังไม่ทันจบ ชายตรงหน้าก็กลอกตาขาวล้มลงไป ข้างหลังเขาคือยวี่เฟยที่ถือไม้ค้างอยู่ด้วยความตกใจ“ฉัน… ตีเขาตายหรือเปล่า?”ครู่หนึ่งผ่านไป ยวี่เฟยถามด้วยใบหน้าแดงก ่าอันจิ่วเม่ยไม่ทันได้ปลอบใจเธอ รีบย่อตัวลงตรวจสอบอาการเว่ยป๋อหลินอ พบว่ายังหายใจอยู่ จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก“คนไม่เป็นไรหรอก แค่หมดสติไปเท่านั้น พี่ยวี่เฟย ฉันจะอยู่เฝ้าที่นี่ พี่ลงเขาไปตามผู้นำหมู่บ้านพาคนขึ้นมา บอกว่าเว่ยป๋อหลินคิดร้ายกับฉัน”ยวี่เฟยถอนหายใจโล่งอก คนไม่ตายก็ดีแล้ว“หรือว่าพวกเราไปด้วยกันดีไหม เธออยู่ที่นี่คนเดียวไม่ปลอดภัย”ยวี่เฟยนึกถึงท่าทางดุร้ายของเว่ยป๋อหลินเมื่อครู่ก็รู้สึกกลัว กังวลว่าเดี๋ยวเขาตื่นขึ้นมาจะทำร้ายอันจิ่วเม่ยอีก“ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันหาอะไรมามัดเขาไว้ ถ้าพวกเราไปด้วยกันฉันกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมาแล้วหนีไป ทำให้ผู้นำหมู่บ้านกับคนอื่น ๆขึ้นมาเสียเที่ยว”อันจิ่วเม่ยมองเว่ยป๋อหลินที่ยังคงหมดสติอยู่ ในดวงตาเต็มไปด้วยความรังเกียจและเบื่อหน่าย
แต่เดิมเธอไม่อยากยุ่งกับคนคนนี้ คิดว่ารอให้ครอบครัวเขามาลากตัวไปก็พอ ใครจะรู้ว่าเขาจะโหดร้ายถึงขนาดนี้ นี่มันคิดจะทำลายเธอให้ย่อยยับถ้าไม่รังแกเธอ เธอก็ไม่รังแกแต่ถ้าคิดจะทำร้ายเธอขนาดนี้แล้วเธอก็ไม่จำเป็นต้องสุภาพอีกต่อไปยวี่เฟยได้ยินแล้วรู้สึกว่ามีเหตุผลมาก จึงพยักหน้าแล้วพาสุนัขของตัวเองลงเขาไปบนภูเขาเหลือแค่ลูกสนัขสามตัวที่อยู่เป็นเพื่อนอันจิ่วเม่ยอันจิ่