รรคมองเขาอย่างไม่พอใจแวบหนึ่ง แล้วหันไปมองผู้นำหมู่บ้านและถามว่า“เรื่องนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”ผู้นำหมู่บ้านถอนหายใจแล้วพูดกับอันจิ่วเม่ยว่า “จิ่วเม่ย พาเธอกลับไปก่อนเถอะ ฉันจะเล่าเรื่องของครอบครัวเธอให้หัวหน้าฟัง”อันจิ่วเม่ยเองก็รู้ว่าไม่ควรปล่อยให้ซื่อหงพูดจาวุ่นวายต่อไป เธอจึงพยักหน้าและเดินเข้าไปคว้ามือซื่อหงหวังจูงออกไปแน่นอนว่าซื่อหงต้องไม่ยอม เธอพยายามขัดขืนและสะบัดอีกฝ่ายออก อันจิ่วเม่ยจึงพูดเสียงเย็นอย่างแผ่วเบาว่า “ถ้าคุณยังอาละวาดแบบนี้ คุณก็จะได้เข้าไปหาลูกชายคุณแล้ว”ซื่อหงสะดุ้งเฮือก ทันใดนั้นก็หยุดอาละวาดและเดินตามอันจิ่วเม่ยไปอย่างว่าง่ายทุกคนมองดูด้วยความแปลกใจ ผู้นำหมู่บ้านจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครอบครัวอันจิ่วเม่ยในช่วงนี้ให้ฟังทั้งหมด
“เรื่องมันเป็นอย่างนี้ หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น เด็กคนนั้นคำนึงถึงว่าแม่เลี้ยงอันจิ่วเม่ยอายุมากแล้ว และขาก็หัก เลยไม่คิดจะฟ้องร้องเธอ แค่ขอให้ผมช่วยตัดญาติ ผมเห็นเด็กคนนั้นเติบโตมาการที่เธอประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ผมจึงตัดสินใจตกลง”รองหัวหน้าโรงงานผ้าแค่นเสียงเย็นชา พูดว่า “ผู้นำหมู่บ้าน คุณก็เป็นคนมึนงงเหมือนกันเหรอ? สมัยนี้ที่ไหนมีเรื่องตัดญาติขาดมิตรกัน? กฎหมายไม่ยอมรับหรอก”“อีกอย่าง หญิงคนนั้นน่าสงสารมากนะ ขาหักแล้วตอนนี้จิตใจก็มีปัญหา ลูกชายติดคุกออกมาไม่ได้ เธอจะอยู่คนเดียวได้ยังไง?”รองหัวหน้าโรงง