านผ้าทำท่าสงสารพลางพูดราวกับผู้นำหมู่บ้านช่วยเหลือคนชั่วช่วยรังแกหญิงม่ายโชคดีที่คนที่นี่ล้วนเป็นคนฉลาด ไม่ได้ถูกคำพูดของรองหัวหน้าโรงงานผ้าชักจูงให้คล้อยตาม พอได้ยินเขาพูดเช่นนั้น หลายคนก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเขาด้วยความสนใจ ก่อนจะเอ่ยแซวเบา ๆ ว่า “ไม่นึกเลยนะว่ารองหัวหน้าโรงงานผ้าจะใส่ใจเรื่องของคนอื่นถึงเพียงนี้ใจดีจริง ๆ ”อีกคนหนึ่งเสริมขึ้นด้วยน ้าเสียงขบขัน “แต่ผมกลับคิดว่าการกระทำของเด็กสาวคนนี้นับว่ามีความใจกว้างมากแล้วนะ หลังออกเรือนไปก็ยังช่วยดูแลคุณย่า พอเจอปัญหากับแม่เลี้ยง สุดท้ายก็แค่
เขียนหนังสือตัดญาติ ไม่ได้เอาเรื่องถึงที่สุด หากเป็นคนอื่นเจอแม่เลี้ยงทำร้ายถึงขนาดนั้น ป่านนี้คงได้ไปนอนในคุกแล้ว”“ถ้าหญิงคนนี้เป็นคนดี ก็คงไม่เลือกมาก่อเรื่องในเวลานี้ ชัดเจนว่าต้องการทำร้ายเด็กสาวคนนี้ เห็นชัดเจนว่าเอาพวกเราเป็นเครื่องมือ”เหวินฟู่เห็นหลายคนช่วยพูดแทนอันจิ่วเม่ย ใจที่แขวนอยู่ก็ตกลงมา จึงพูดต่อว่า “ตามที่ผมเห็น เมื่อกี้ชิวหรคงแค่แสร้งทำ เพราะก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน หมู่บ้านเรามียุวชนมาลงที่หมู่บ้านเรา พวกเขาไม่อยากอยู่ที่บ้านพักที่หมู่บ้านเราจัดให้ เหล่ายุวชนก็ไปอยู่ที่บ้านซื่อหง โดยเรียกเก็บค่าเช่าคนละห้าหยวนต่อเดือน”หัวหน้าพรรคประจำเมืองและคนอื่น ๆ รู้สึกหมดคำพูด ถ้าเป็นแบบนี้จริง หญิงคนนี้ช่างน่าเกลียดเหลือเกิน!ต้องรู้ว่า การกระทำของเธอไม่เพียงแต่จะทำลายอันจิ่วเม่ย แต่ย