อันจิ่วเม่ยฉวยโอกาสนี้ตะโกนเสียงดังเรียกความสนใจ พอเห็นว่ามีคนล้อมรอบมากพอแล้ว เธอก็เริ่มแสดงท่าทางน่าสงสาร“คุณลุงคุณป้าทั้งหลายคะ ช่วยตัดสินให้หน่อยเถอะ!” อันจิ่วเม่ยร้องขอความเห็นใจ “ฉันไม่รู้จักคนนี้มาก่อนเลยนะคะ เพิ่งเจอกันเมื่อวานตอนไปรับพวกเขากลับมา ไม่เคยมีอะไรเกี่ยวข้องกันมาก่อนแต่เขาดันมาบอกว่าอยากย้ายเข้าบ้านฉัน พอฉันปฏิเสธ เขากลับหาว่าฉันไม่มีน ้าใจ!”“ในบ้านมีแค่ฉันกับย่านะคะ แล้วเขาเป็นผู้ชายตัวโตขนาดนี้ จะให้มาอยู่ด้วยได้ยังไง?” ย่าอันเล่าต่อด้วยน ้าเสียงสั่นเครือ “แถมยังบอกว่าเห็นแก่ที่บ้านฉันเพิ่งสร้างใหม่ จะให้ค่าเช่าสามหยวน นี่มันไม่ใช่การรังแกฉันกับย่าเหรอคะ?”“เขาทำแบบนี้ ฉันอึดอัดมากจริง ๆ ” อันจิ่วเม่ยร้องออกมาอย่างกลัดกลุ้ม “ฉันเพิ่งแต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่งไปหยก ๆ แต่เขาก็ไม่อยู่บ้านแล้วจู่ ๆ เขาก็โผล่มาหาฉันแบบนี้ มันไม่ใช่การบีบคอฉันให้ตายทั้งเป็นหรอกหรือ? ฉันงงไปหมดแล้วว่าเขาคิดอะไรอยู่!”เว่ยป๋อหลินได้ยินคำพูดของอันจิ่วเม่ยแล้วรู้สึกเหมือนโดนสาดน ้าเย็น สมองปั่นป่วนไปหมด เขารู้ดีว่าตัวเองไม่ได้พูดแบบนั้น แต่ก็หาคำแก้ตัวไม่ออก จะทำยังไงดีล่ะทีนี้?
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะอ้าปากพูดอะไร เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ดังขึ้นรอบด้านราวกับฝูงผึ้งแตกรัง“เฮ้ย! ไอ้หนุ่มน้อยทำอะไรก็ระวังหน่อย” เสียงหนึ่งตวาดขึ้น “ไม่รู้หรือไงว่าชื่อเสียงของผู้หญิงสำคัญแค่ไหน? ทำแบบนี้ยังมีความละอาย