หมิ่นเหลียนซินไม่เคยคิดเลยว่าฟางเจียวเหม่ยที่ดูบอบบางและน่าสงสารขนาดนี้ จะมีความคิดแบบนี้อยู่ในหัว คิดจริง ๆ เหรอว่าการขอให้คนอื่นช่วยเป็นเรื่องธรรมดาที่ควรทำ?สมกับคำที่ว่าคนน่าสงสาร ก็ย่อมมีจุดที่น่ารังเกียจ!เมื่อเข้าใจแบบนี้แล้ว หมิ่นเหลียนซินก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด ให้เกียรติแต่ไม่คบค้าสมาคมด้วยก็พอ! ยังไงซะเธอก็มาเพื่อพัฒนาชนบท ไม่ใช่มาทะเลาะกับคนประเภทนี้หมิ่นเหลียนซินมองฟางเจียวเหม่ยด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะสะพายกระเป๋าของตัวเองเข้าห้องไปโดยไม่สนใจที่เหลือหนิงอวี่หรานเห็นแบบนั้นก็ได้แต่กรอกตาไปมา ส่วนจ้าวเฉินซานเอ่ยขึ้นมาว่า “เดี๋ยวรอกลุ่มผููู้เฒ่าที่เคยอยู่ในหมู่บ้านมาก่อนค่อยว่ากัน พวกเขาอยู่ที่นี่มานาน น่าจะพอรู้เรื่องราวในหมู่บ้านบ้าง”ส่วนเว่ยป๋อหลินก็ได้แต่นิ่งเงียบ เพราะตอนนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพวกเขาก็ต้องอยู่ในหมู่บ้านนี้ให้ได้ก่อนอันจิ่วเม่ยไม่สนใจหรอกว่าชาวบ้านจะคิดยังไง วัน ๆ อยู่บ้านกับย่าอันทำคอยทำเบาะรองนั่งตกดึกก็พาเจ้าตูบสามตัวไปเดินเล่น ชีวิตสบายสุด ๆ ไปเลย
วันหนึ่งระหว่างที่อันจิ่วเม่ย ออกไปเที่ยวเล่นก็ได้ยินชาวบ้านซุบซิบกันหนาหู เกี่ยวกับกลุ่มยุวชนที่ย้ายเข้าไปอยู่บ้านซื่อหงเรียบร้อยแล้ว!บ้านเก่าของอันจิ่วเม่ยน่ะ ห้องเหลือเพียบ สองหนุ่มก็เลยได้คนละห้องไปเลย แถมได้ข่าวว่าซื่อหงนี่เก็บค่าเช่าแพงหูฉี่ ตั้งห้าหยวนต่อคนต่อเดือน แถมยังมีข้อแม้ว่าต้องผลัดกันทำ