“โอ้โห ยายหนูนี่!” ยวี่เจี้ยนกั๋วอุทานอย่างตกใจ “จะมาก็มาเถอะไม่ต้องเอาอะไรมาให้หรอก! เห็ดนิดหน่อยที่ยวี่เฟยให้เธอไปมันจะมีค่าอะไร ไม่คุ้มกับชามยักษ์นี่ของเธอหรอก!”ยวี่เจี้ยนกั๋วรีบออกมาต้อนรับ แต่พอเห็นชามน ้าพริกขนาดมหึมาในมืออันจิ่วเม่ยเขาก็ชักเกรงใจ ไม่กล้ารับไว้ยุคนี้น ้ามันกับพริกแพงยิ่งกว่าอันจิ่วเม่ย ชามใหญ่สีแดงฉานนั่นมูลค่าไม่ใช่เล่น ยวี่เจี้ยนกั๋วรู้สึกว่าถ้ารับไว้จะเป็นการเอาเปรียบเกินไป“โธ่ คุณลุงจะมาเกรงใจอะไรกับหนูล่ะคะ?” อันจิ่วยิ้มกว้าง “ลูกหมาสามตัวที่หนูถูกใจ ลุงยังไม่ยอมรับเงินหนูเลย นี่ก็แค่ของทำเองที่บ้าน ไม่ได้แพงอะไรหรอกค่ะ อย่าเกรงใจเลยนะคะ”ว่าแล้วอันจิ่วเม่ยก็วางชามน ้าพริกไว้ที่โต๊ะม้านั่งทันที ไม่ฟังคำทัดทานใด ๆ แถมยังรีบเอามือไพล่หลังเพื่อไม่ให้มีโอกาสคืนด้วย!ยวี่เจี้ยนกั๋วรู้สึกเกรงอกเกรงใจสุด ๆ แต่ก็รับน ้าใจมาแล้ว จะปฏิเสธอีกก็กระไรอยู่ เขาหันไปบอก อันจิ่วเม่ยด้วยรอยยิ้ม“งั้นฉันก็ไม่เกรงใจละนะ มา! ฉันจะพาไปดูลูกหมาที่เพิ่งหย่านมตอนนี้กินข้าวเองได้แล้วด้วย!”
อันจิ่วเม่ยเดินตามยวี่เจี้ยนกั๋ว ไปยังลานหลังบ้านอย่างตื่นเต้นพบกระท่อมไม้จิ๋วสามหลังที่ยวี่เจี้ยนกั๋วลงแรงสร้างเองกับมือเป็นบ้านหรูของสุนัขสามตัวภายในปูด้วยเสื้อผ้าเก่านุ่ม ๆ หลายชั้น แสดงถึงความรักความเอาใจใส่ที่ยวี่เจี้ยนกั๋วมีต่อเจ้าตูบทั้งหลาย“โอ้โห! ลุงเจี้ยนกั๋วดูแลพวกมันดีจังเลย! พวกมันโชค