ดีจังที่มีลุงเป็นเจ้าของ” อันจิ่วเม่ยอุทานชื่นชมอย่างจริงใจแต่ยวี่เจี้ยนกั๋วกลับโบกมือปัด ๆ “ที่ฉันทำนี่เทียบไม่ได้หรอกตอนสงคราม สุนัขช่วยชีวิตทหารเราไว้ตั้งเยอะ! คนชอบบอกว่าสุนัขเป็นแค่สัตว์ แต่พวกมันกลับรู้จักบุญคุณที่สุด ไม่มีวันทรยศเจ้าของฉันชอบความซื่อสัตย์ของพวกมัน เลยอยากเลี้ยงดูให้ดีที่สุด”พอได้พูดถึงสัตว์เลี้ยงสุดที่รัก ยวี่เจี้ยนกั๋วก็เหมือนกับเปิดสวิตช์ความทรงจำ เล่าเรื่องไม่หยุด โชคดีที่อันจิ่วเม่ยสนใจเรื่องพวกนี้เป็นพิเศษ ยวี่เจี้ยนกั๋วชอบเล่า เธอก็ชอบฟัง ทั้งคู่คุยกันเพลินอยู่นานในที่สุดยวี่เจี้ยนกั๋วก็รู้สึกตัวว่าพูดมากไป จึงตัดบทสนทนา แล้วเดินไปอุ้มลูกสุนัขสามตัวที่ยวี่เจี้ยนกั๋วเลือกไว้มาส่งให้ ก่อนจะกำชับด้วยน ้าเสียงจริงจัง“อันจิ่วเม่ย ลุงไว้ใจหนูถึงยกสุนัขให้ หนูต้องดูแลพวกมันดี ๆ นะฝึกดีๆ พวกมันก็จะเชื่อฟัง อย่าตีพวกมันล่ะ เธอทำได้ไหม?”ยวี่เจี้ยนกั๋วมองเธออย่างวิงวอน ดวงตาฉายแววอาลัยอาวรณ์ใครมีตาก็เห็นว่าเขาไม่อยากจากพวกมันไปเลย
อันจิ่วเม่ยพยักหน้าหนักแน่น “คุณลุงวางใจได้เลยค่ะ ฉันจะดูแลพวกมันดีที่สุด ฉันก็รักสุนัขมากเหมือนกัน ถึงได้อยากเลี้ยงสามตัวแล้วบ้านเราก็อยู่ใกล้กัน ถ้าคิดถึงก็แวะมาเยี่ยมได้ตลอดนะคะ”ลูกสุนัขในอ้อมกอด อันจิ่วเม่ยส่งเสียงร้องเบา ๆ ใส่ลูกราวกับรู้ว่ากำลังจะจากกัน ทำเอาหัวใจชายแกร่งอย่างยวี่เจี้ยนกั๋วอ่อนยวบรู้สึกเศร้าแต่ก็ดีใจที่พวกมันได้เจ