้าของใหม่ที่ดีอย่างอันจิ่วเม่ย“ได้สิ ฟ้ามืดแล้ว เธอพาพวกมันกลับไปเถอะ” ยวี่เจี้ยนกั๋วพูดพลางหันหน้าหนี ด้วยกลัวว่าถ้ามองอีกสักพัก หัวใจจะอ่อนยวบจนไม่อยากปล่อยลูกสุนัขน้อยไปเสียแล้วทันใดนั้น อันจิ่วเม่ยก็ยื่นมือมาอย่างรวดเร็ว สอดซองบุหรี่เข้าไปในกระเป๋าของยวี่เจี้ยนกั๋ว แล้วร้องบอกอย่างสดใส “คุณลุง ฉันไปละนะ!”อันจิ่วเม่ยไม่ทันให้ยวี่เจี้ยนกั๋วได้ตั้งตัว เธอก็อุ้มลูกสุนัขทั้งสามวิ่งจากไปราวกับสายลมยวี่เจี้ยนกั๋วตะลึงงัน มองตามร่างเล็ก ๆ ที่วิ่งลับตาไปแล้ว ก่อนจะก้มลงมองซองบุหรี่ยี่ห้อหนึ่งในมือ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่“บุหรี่นี่แพงจริง ๆ จิ่วเม่ยนี่ช่างใจป ้าเสียจริง” แต่แล้วรอยยิ้มก็ผุดขึ้นบนใบหน้า นั่นแสดงว่าอันจิ่วเม่ยคงมีฐานะดีพอจะเลี้ยงดูลูกสุนัขได้สบาย
ด้วยความสุขใจยวี่เจี้ยนกั๋วเก็บบุหรี่อย่างทะนุถนอม แล้วฮัมเพลงเดินไปอย่างร่าเริงยวี่เฟยมองพ่อด้วยความสงสัย ปกติพ่อมักเศร้าเสียใจเมื่อต้องจากลูกสุนัข แต่ครั้งนี้ทำไมถึงดูมีความสุขนัก? ด้วยความเป็นห่วงเธอจึงรีบถาม“พ่อ พ่อไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”“ไม่เป็นอะไรหรอกลูก พ่อจะเป็นอะไรได้?”ยวี่เจี้ยนกั๋วตอบพลางยิ้มกว้าง ความสุขฉายชัดบนใบหน้ายวี่เจี้ยนกั๋วโบกมือปัดอย่างร่าเริงก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านด้วยรอยยิ้มกว้าง เขารีบร้อนไปหยิบบุหรี่ที่รอคอยมานานขณะเดียวกันอันจิ่วเม่ยก็พาลูกสุนัขสามตัวน้อยกลับบ้านด้วยความตื่นเต้น แต่เจ้าตูบตัวจิ๋วกลับขี้ขลาดเสียจ