นต้องหลบใต้โต๊ะมองเห็นแค่ก้อนกลม ๆ สามก้อนเท่านั้นในยุคนี้แม้แต่คนก็แทยจะขาดแคลนอาหาร แต่สำหรับอันจิ่วเม่ยไม่ใช่เรื่องอยาก เพราะในมิติเธอไม่ได้ขาดแคลนอาหาร ดังนั้นเธอสามารถเลี้ยงสนุขสามตัวนี้ได้สบายย่าอันหัวเราะขำขันเมื่อเห็นภาพนั้น “โอ้โห! เลี้ยงดีจริงๆ ตัวเล็กนิดเดียวแต่อ้วนกลมน่ารักจัง”
“ใช่เลยค่ะ” อันจิ่วเม่ยตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าครัวไปต้มไข่สามฟอง หวังจะสร้างสัมพันธ์กับเจ้าตูบน้อยลูกสุนัขทั้งสามได้ลิ้มรสไข่เป็นครั้งแรกในชีวิต พวกมันดมอย่างระมัดระวังก่อนจะกล้ากินด้วยความอร่อยย่าอันมองหลานสาวป้อนไข่ให้สุนัขด้วยความเสียดายนิด ๆ แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอลุกขึ้นถือไม้เท้าพลางบอก “ดึกแล้วนะ เธอก็เข้านอนเร็วๆ หน่อยล่ะ ยายจะไปนอนก่อนแล้ว”“ได้ค่ะคุณย่า” อันจิ่วเม่ยตอบรับพลางมองลูกสุนัขด้วยความเอ็นดูเพราะลูกสุนัขยังเล็กนักอันจิ่วเม่ยจึงตัดสินใจให้พวกมันนอนในห้องโถงแทนลานบ้าน จะได้ไม่หนาวยามค ่าคืนสุดท้ายอันจิ่วเม่ยตั้งชื่อให้ลูกสุนัขทั้งสาม ตัวสีดำชื่อฟูฝู ส่วนตัวสีน ้าตาลเฉียนเฉียน ตัวสีครีมชื่อมูมู่กลับมาที่สำนักข่าวเยว่โม่โฉวก็โดนหัวหน้าเรียกตัวทันที!เยว่โม่โฉวจึงได้โอกาสเล่าเรื่องราวของอันจิ่วเม่ย เขาเล่าออกมาอย่างตื่นเต้น ราวกับกำลังเล่านิยายรักโรแมนติก“เธอเป็นคนที่เก่งมากเลย ๆ ครับ ในตอนแรกผมแปลกใจมากที่เธอยังดูเด็ก แต่พอได้พูดคุยกันแล้ว เธอทั้งเก่งและมุ่งมั่น แถมยังมี
สามีเป็นท