“ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูรู้จักคนที่หาน ้ามันได้เยอะเท่าที่ต้องการ!”อันจิ่วเม่ยพูดอย่างมั่นใจ ราวกับรู้ทันถึงความกังวลของย่าอัน ทำเอาย่าถึงกับอึ้ง“ได้สิ ย่าจะทำให้หลานเอง” ย่าอันรับปากด้วยรอยยิ้มเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในความมุ่งมั่นของหลานสาวอันจิ่วเม่ยยิ้มกว้าง ก่อนจะเสนอด้วยน ้าเสียงตื่นเต้น “งั้นเราทำเต้าหู้ยี้แบบสองรสเลยนะคะ ไหหนึ่งเป็นแบบธรรมดา อีกไหเป็นน ้ามันรสหม่าล่า!”ย่าอันยิ้มรับพลางพยักหน้า ทั้งสองย่าหลานหัวเราะกันเบา ๆท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นวันรุ่งขึ้น อันจิ่วเม่ยตั้งใจจะชวนเพื่อน ๆ ไปเก็บเห็ดบนเขาด้วยกัน แต่ดูเหมือนจะมียวี่เฟยเพียงคนเดียวที่ว่างพอจะไปลุยกับเธอได้!“น้องจิ่วเม่ย ช่วงนี้เธอหายไปไหนมา? ได้ยินข่าวเรื่องซื่อหงกับเพ่ยอิงบ้างหรือเปล่า?”สองสาวเดินเคียงคู่ขึ้นเขา คุยกันอย่างออกรส เรื่องซุบซิบกลายเป็นหัวข้อร้อนแรงทันที
อันจิ่วเม่ยทำหน้าแปลกใจ ตาเป็นประกาย “หา? ฉันไม่รู้เรื่องเลย! เล่ามาเร็ว มีอะไรน่าตื่นเต้นเหรอ?”ยวี่เฟยเห็นท่าทางตื่นเต้นของเพื่อนก็หัวเราะคิกคัก “ฮิ ๆ เรื่องนี้กรรมตามสนองชัด ๆ ฟังนะ…”ยวี่เฟยเล่าว่าเธอเองก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ไม่นาน ตอนที่ขึ้นมาเก็บเห็ดกับชาวบ้าน เรื่องมีอยู่ว่าซื่อหงประสบอุบัติเหตุจนขาหัก ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่บ้านหลายวัน ไม่ได้ออกมารับรู้ข่าวสาร เพ่ยอิงจึงอาสาไปเยี่ยมเพื่อแจ้งข่าวคราวต่าง ๆ ให้แต่ไม่มีใครรู้ว่าเพ่ยอิงไปพูดอะไรกับซื่อหง ทำ