งบนิ่ง เดินเข้าไปใกล้พลางถามอย่างสุภาพ“สหายหลัวลี่เซียน มีอะไรหรือเปล่าครับ?”เมื่อได้ยินคำเรียกขานที่เป็นทางการเช่นนั้น หลัวลี่เซียนก็รู้สึกเหมือนถูกน ้าเย็นสาดใส่ แต่เธอก็ยังฝืนยิ้มหวานและถามออกไป“ฉันได้ยินข่าวมาว่า…คุณแต่งงานแล้วเหรอคะ?”คำถามนั้นทำให้เธอใจเต้นแรง ลุ้นสุดหัวใจว่าคำตอบจะเป็น ‘ไม่จริง’แต่หลี่เจียเฟิ่งกลับขมวดคิ้วและตอบเสียงเรียบ “ใช่ครับ ผมแต่งงานแล้ว มีอะไรอีกไหมครับ?”คำตอบนั้นทำเอาหลัวลี่เซียนแทบทรุด รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า…
หลี่เจียเฟิ่งรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะนึกว่าอีกฝ่ายมาด้วยเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของเขาแบบนี้ ‘คนสมัยนี้ช่างชอบซุบซิบนินทาเสียจริง’ เขาคิดในใจด้วยความตกใจหลัวลี่เซียนเผลอโพล่งถามเสียงดัง “ใคร!”หลี่เจียเฟิ่งชะงัก หันมามองด้วยสายตาเย็นชาแล้วถามกลับ“อะไรนะ?”หลัวลี่เซียนชะงักกึก ความมั่นใจที่เคยเต็มเปี่ยมเมื่อครู่พลันหายวับไป แต่เธอก็ยังคงถามต่อด้วยความคาใจ แม้เห็นสีหน้ารำคาญของหลี่เจียเฟิ่งก็ตาม“เอ่อ…ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครหรือคะ?”หลี่เจียเฟิ่งถอนหายใจ “เป็นผู้หญิงจากหมู่บ้านเดียวกับผมสหายหลัวลี่เซียน ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะ”เขาพูดจบก็หมุนตัวเดินจากไปทันที เห็นได้ชัดว่าร่างกายเหนื่อยล้าจากภารกิจที่เพิ่งกลับมาหลัวลี่เซียนได้แต่มองตามแผ่นหลังของเขา มือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ความอิจฉาและโกรธแค้นพลุ่งพล่านอยู่ในอก ‘เขายอ