“พี่ลองคิดดูนะคะ” อันจิ่วเม่ยพูดพลางลุกขึ้น หยิบผักในตะกร้าวางลงบนโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเตรียมตัวกลับบ้านแม้เธอจะรู้ว่าคำพูดของตัวเองอาจดูเป็นการก้าวก่ายอยู่บ้าง แต่อันจิ่วเม่ยก็อดเป็นห่วงฟางหรูไม่ได้ ส่วนที่เหลือคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเธอแล้วล่ะทันใดนั้น ฟางหรูก็ทำเอาอันจิ่วเม่ยตกใจ เมื่ออีกฝ่ายเอื้อมมือมาจับมือของเธอพร้อมกับพูดด้วยน ้าเสียงซาบซึ้งใจ“จิ่วเม่ย ขอบคุณเธอมากนะ รอให้พี่จัดการเรื่องวุ่นวายพวกนี้เสร็จก่อน แล้วพี่จะพาเธอไปฉลองกันที่ร้านอาหารของรัฐบาลเลย!”อันจิ่วเม่ยนึกย้อนไปถึงความรู้สึกเก่า ๆ ที่เคยมีต่อตัวเอง ว่าเธอเป็นคนเก่งในการวางตัวและรู้จักกาลเทศะ การคบหากับเธอก็เหมือนได้ผลประโยชน์ต่างตอบแทนแต่ตอนนี้… เมื่อเห็นฟางหรูจริงใจกับตัวเองขนาดนี้ ยิ่งกว่าญาติแท้ๆ เสียอีกเธอจึงตัดสินใจที่จะลองเปิดใจและจริงใจตอบกลับบ้างด้วยความคิดที่ว่าคนแบบนี้มีความเข้าอกเข้าใจและมีเหตุผล การคบหากับเธอมีแต่ได้กับได้!อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้างพร้อมกับตอบอย่างตื่นเต้น “ได้เลยค่ะพี่! ฉันจะรอพี่นะคะ ตื่นเต้นจังเลย”
ขณะเดินทางกลับบ้าน สมองของอันจิ่วเม่ยยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องหนึ่งไม่หยุดแม้ว่าโลกนี้จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว แต่ความคิดของผู้คนยังคงยึดติดอยู่กับอดีตอย่างน่าปวดหัว! โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องลูกชายสำคัญกว่าลูกสาวที่ฝังรากลึกเสียจนคาดว่าจะยังคงอยู่ต่อไปอีกหลายสิบปี ช่างน่าหงุดหงิดเสียจริ