รเลย!”กวนอู๋เจี๋ยและซินอี้ต่างคิดในใจว่า ‘ช่างเป็นสะใภ้ปากร้ายเสียจริง!’ แต่ด้วยความเป็นพ่อแม่ พวกเขาจึงได้แต่กลืนน ้าลายเงียบทว่าเจียงอิงกลับทำเป็นไม่สังเกตสีหน้าของคนรอบข้าง พูดจาไม่หยุดปาก จนกวนอู๋เจี๋ยทนไม่ไหว ระเบิดอารมณ์ออกมา
“พอได้แล้ว! เจียงอิง เพ่ยอิงยังไงก็เป็นลูกสาวฉัน เป็นน้องสามีเธอ ทำไมถึงได้ใจร้ายนัก?”“หนูน่ะเหรอใจร้าย? ฮึ!”เจียงอิงหัวเราะเยาะ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ในใจคิดแผนการณ์ไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะกลับบ้านเกิด เตรียมพร้อมญาติพี่น้องให้ได้ผลประโยชน์จากแผนความร่วมมือระหว่างหมู่บ้านที่อันจิ่วเม่ยกำลังปรึกษากับผู้ใหญ่บ้านอยู่ขณะเดียวกันอันจิ่วเม่ยก็พาย่าอันตรงดิ่งไปบ้านผู้นำหมู่บ้านเพื่อหารือเรื่องสถานที่เพาะถั่วงอกและโรงบดแป้งถั่ว ซึ่งสำคัญยิ่งต่อแผนการของพวกเธอเหวินฟู่พอใจกับความคิดของอันจิ่วเม่ยมาก รีบสั่งลูกสะใภ้ให้เตรียมอาหารต้อนรับแขกสำคัญทั้งสองอันจิ่วเม่ยตอบรับคำเชิญด้วยความยินดี ส่วนย่าอัน ก็นั่งเลือกผักคุยเรื่องชาวบ้านกับภรรยาผู้นำหมู่บ้านอย่างสนุกสนานเหวินฟู่เรียกลูกชายทั้งสองมาร่วมวงสนทนาอันจิว่เม่ยรีบฉวยโอกาสถามความเห็นเรื่องความร่วมมือกับหมู่บ้านข้างเคียง พลางคิดในใจว่าหากถูกผู้นำหมู่บ้านปฏิเสธ จะต้องโน้มน้าวอย่างไรดีเหวินฟู่ ยิ้มกริ่มอย่างพอใจ แต่ก็อยากลองทดสอบความคิดของสาวน้อยอัจฉริยะตรงหน้าให้แน่ใจ จึงถามด้วยน ้าเสียงกระตุ้น“เอาล่ะ จิ่วเ