ม่ยลองเล่าแผนของเธอให้ลุงฟังหน่อยสิ ว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไง?”
ดวงตาของอันจิ่วเม่ยป็นประกายวาววับ รู้ดีว่านี่คือโอกาสทองที่จะได้โชว์ฝีมือ เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเริ่มพรั่งพรูความคิดออกมาอย่างมั่นใจ“มันง่ายนิดเดียวค่ะ ลุงเหวินเราต้องเป็นฝ่ายรุกก่อน ชิงลงมือก่อนที่คนอื่นจะมาแย่งชิงโอกาสทองนี้ไป”เธอพูดพลางทำท่าประกอบ “เราควรเชิญหมู่บ้านอื่น ๆ มาร่วมวงด้วย แบบนี้เราก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาแย่งงานไป แถมยังการันตีได้ว่าจะมีผักสดๆ ส่งให้สหกรณ์ร้านค้าตลอดเวลาด้วยนะคะ”อันจิ่วเม่ยหยุดพักหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเสริมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“แต่เราไม่ได้ทำฟรี ๆ นะคะ เราจะเก็บค่าบริการแปดเฟินต่อผักหนึ่งจิ่น เงินทั้งหมดจะเข้าบัญชีของหมู่บ้านเรา พอถึงสิ้นปีก็แบ่งกันตามกฎที่ตั้งไว้ เป็นไงคะ?”เหวินฟู่ถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะพยักหน้าหงึกๆ ด้วยความทึ่ง“เยี่ยมไปเลย! ฉันเองก็คิดอยู่ว่าไม่ควรช่วยฟรี ๆ แต่ก็คิดไม่ออกว่าจะคิดเงินยังไงดี แผนของเธอนี่ดีมาก ๆ เอาตามนี้แหละ!”อันจิ่วเม่ยสาวน้อยหน้าแดงก้มหน้างุด พูดถ่อมตัวว่า “ทั้งหมดนี้เพราะลุงเหวินใจดีให้โอกาสหนูค่ะ ไม่งั้นหนูคงไม่มีโอกาสได้ทำแน่ ๆ”
แต่เธอก็ไม่ลืมเน้นย ้าเรื่องคุณภาพ “แต่ผลผลิตต้องเข้มงวดนะคะ! ส่งคนไปเจรจาก็ต้องให้เขาเลือกผู้ตรวจสอบด้วย ส่วนพวกชอบโกงห้ามรับเด็ดขาด อย่าให้มาทำลายมิตรภาพของเรา”เหวินฟู่พยักหน้าหงึก ๆ สั่งลูกชายทั้งสอง “พวกนายไปจัดการนะอย