ทั้งชาวบ้านและอันจิ่วเม่ยให้รู้จักประนีประนอม อย่าใจแคบเกินกว่าเหตุอันจิ่วเม่ยเข้าใจความหมายดี เธอจะไม่ยอมเฉพาะคนที่ทำเกินไปจริง ๆ ส่วนคนอื่นขอแค่สำนึกผิดก็พอ เธอไม่อยากถูกมองว่าหยิ่งยโสเพราะได้รับความโปรดปรานทันทีที่เข้าใจความหมายของผู้นำหมู่บ้านคนหน้าหนาคนหนึ่งก็รีบออกมาขอโทษ อันจิ่วเม่ยต่อหน้าทุกคน“อันจิ่วเม่ย ป้าคนนี้ปากไม่มีหูรูด แต่ใจไม่ได้เลวร้ายนะ เคยพูดถึงหนูไม่ดีไปบ้าง อย่าถือสาป้าเลยนะ คืนนี้ป้าจะเอาไข่ไก่ไปให้ที่บ้านเป็นการขอโทษ ดีไหมจ๊ะ?”
“พวกเราพูดผิดไปแล้ว!”เสียงโห่ร้องดังขึ้นจากฝูงชน “อันจิ่วเม่ยอย่าโกรธเราเลยนะ เราเป็นเพื่อนบ้านกันนี่นา ต่อไปมีอะไรบอกมาเลย พวกเราจะช่วยเต็มที่แน่นอน!”คำขอโทษและเสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว อันจิ่วเม่ย ฉวยจังหวะนี้สร้างความประทับใจให้ชาวบ้านได้อย่างงดงาม ราวกับเป็นนางเอกในละครน ้าเน่า!แต่ในมุมมืดเพ่ยอิงยืนกอดอกด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เธอคิดว่าจะได้เห็นอันจิ่วเม่ยถูกรุมประณาม แต่กลับกลายเป็นว่าสถานการณ์พลิกผันในชั่วพริบตา!ด้วยความอิจฉา เธอพ่นคำพูดเสียดสีออกมา “หึ! แค่อาศัยเส้นสายกับผู้นำหมู่้บานทำข้อตกลงเล็กๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง ทำเป็นวีรสตรีไปได้!”แม้เสียงจะไม่ดังนัก แต่ในความเงียบ คำพูดนั้นก็ลอยเข้าหูอันจิ่วเม่ยอย่างชัดเจนอันจิ่วเม่ยหันมายิ้มเยาะ “ใช่แล้วล่ะ ฉันกำลังอวดความเป็นวีรสตีของหมู่บ้าน ถ้าคิดว่ามันง่ายนัก ก็ลองไปทำดูสิ หลานสะใภ้ผู้เ