ต้นในขณะเดียวกันชาวบ้านหลายคนกลับโกรธหนัก“นี่มันอะไรกัน! ไม่ช่วยคนในหมู่บ้านตัวเอง แต่กลับไปช่วยคนหมู่บ้านอื่น นี่มันทรยศชัด ๆ !”“ผู้นำหมู่บ้าน!” ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกน “พูดอะไรบ้างสิ! หรือจะปล่อยให้เด็กสาวคนนี้ตัดสินใจคนเดียวจริง ๆ ? ”บรรยากาศในหมู่บ้านร้อนระอุราวกับไฟลุกท่วม เมื่อความโกรธแค้นของชาวบ้านพุ่งสูงจนควบคุมไม่อยู่เหวินฟู่จึงต้องออกโรงดับไฟด้วยน ้าเสียงหนักแน่น“ถูกต้องแล้ว! เรื่องนี้อันจิ่วเม่ยต้องรับผิดชอบทั้งหมด เพราะเธอเป็นคนเจรจามาเอง”เขาประกาศก้อง ก่อนจะหันมาเตือนผู้ที่อยู่รอบวง“ใครอยากพัฒนาชีวิตไปพร้อมพวกเรา ก็ต้องจริงใจหน่อย ทำดีๆ กับอันจิ่วเม่ยด้วย อย่าเป็นพวกอกตัญญู กินข้าวแล้วด่าเจ้าของข้าว มันน่าเกลียด!”เหวินฟู่ กวาดตามองรอบวงอย่างดุดัน “ส่วนพวกที่ชอบนินทาฉันกับอันจิ่วเม่ยลับหลัง ระวังตัวไว้ให้ดี! อันจิ่วเม่ยวิ่งวุ่นทั้งวันเพื่อ
พัฒนาหมู่บ้าน แต่พวกคุณกลับนินทา แบบนี้ยังจะหวังให้เธอพาไปหาเงินด้วยกันได้อย่างไร?”ทุกคนต่างก้มหน้างุด ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่าถูกพาดพิง แต่ เหวินฟู่รู้ทันเกมนี้ดี เขาไม่มีทางปล่อยให้พวกนี้ได้เปรียบแน่ด้วยความฉลาดหลักแหลมเหวินฟู่ไม่ได้ตัดสินทุกคนด้วยไม้บรรทัดเดียวกัน การบอกให้ทุกคนมีท่าทีดี ๆ กับอันจิ่วเม่ยก็เท่ากับเปิดโอกาสให้คนที่สำนึกผิดได้กลับตัวในที่สุด การพัฒนาต้องทั่วถึง ไม่ใช่แค่คนนอก แต่ต้องรวมถึงคนในหมู่บ้านด้วยคำพูดนี้เป็นการเตือน