หมู่บ้านเอ่ยถามด้วยน ้าเสียงตื่นเต้นจนสั่น“เธอรีบร้อนมาหาฉันขนาดนี้ คงเจรจาสำเร็จแล้วใช่ไหม?”อันจิ่วเม่ยพยักหน้าหงึก ๆ ยิ้มกว้างพลางตอบ “ค่ะ! สำเร็จแล้วเซ็นสัญญาเรียบร้อยด้วยค่ะ! ลุงเหวิน เรากลับบ้านไปคุยรายละเอียดกันดีกว่านะคะ!”เหวินฟู่ถึงกับพูดไม่ออก ยืนนิ่งค้างอยู่บนคันนาราวกับรูปปั้นอันจิ่วเม่ยเห็นท่านตื่นเต้นจนตัวแข็งทื่อ จึงรีบเข้าไปประคองพาเดินกลับบ้าน ทิ้งให้เสียงนินทาในทุ่งนาด้านหลังยิ่งฟังดูน่ารังเกียจมากขึ้นทุกที“จิ่วเม่ย เล่ามาเลย ๆ เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่?” ไป๋ชิงร้องถามด้วยความตื่นเต้น พลางรินน ้าให้แขกทั้งสองเหวินฟู่ที่เพิ่งดื่มน ้าไปหนึ่งชาม เริ่มรู้สึกตัวดีขึ้น แต่ก็ยังอยากรู้รายละเอียด จึงจ้องมองอันจิ่วเม่ยด้วยแววตาคาดหวัง
“สำเร็จแล้วค่ะ!” อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้าง หยิบสัญญาออกมาอวด “นี่ไงคะ สัญญาที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้ว!“”อันจิ่วเม่ยเล่าถึงแผนการวันพรุ่งนี้อย่างกระตือรือร้น ทั้งเรื่องรถมารับผัก การเลือกแปลงผัก ราคา และการแบ่งงาน“เราต้องรีบจัดการนะคะ ยิ่งเร็วยิ่งดี ทุกคนจะได้มีรายได้เพิ่มขึ้น!”อันจิ่วเม่ยเสนอความเห็นอย่างมั่นใจเหวินฟู่พยักหน้าเห็นด้วย แต่ก็ยังกังวลเรื่องการเลือกคนทำถั่วงอกและแป้งถั่ว “เธอมีความคิดอะไรดี ๆ บ้างไหม?” เขาถามพลางขมวดคิ้วอันจิ่วเม่ยยิ้มน้อย ๆ ก่อนตอบ “หนูอยากให้เลือกคนที่ไว้ใจได้ค่ะเพราะนี่เป็นสูตรลับของหนู” เธอแนะนำครอบครัวที่น่าเชื่อถือใ