ฟางหรูที่ได้ยินว่าจะได้ผักฟรีก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ “สัญญานะ?”“แน่นอนค่ะ!” อันจิ่วเม่ยยิ้มกว้างอย่างดีใจ คิดในใจถึงผักสดจากมิติของเธอที่จะมีแจกให้ฟางหรูแบบไม่มีหมดแน่ ๆ“ก็ได้ งั้นรอฉันสักครู่นะ” ฟางหรูพูดจบก็เดินหายเข้าไปในร้านระหว่างรอ อันจิ่วเม่ยจึงเดินสำรวจร้านอย่างสนใจ แต่ไม่นานฟางหรูก็กลับมาด้วยท่าทางตื่นเต้น“จิ่วเม่ย! โชคดีจริง ๆ หัวหน้าอยู่พอดี เขาอนุญาตให้เธอไปพบด้วย รีบไปที่ห้องสุดท้ายชั้นสองเลยนะ!”“ขอบคุณมากค่ะ พี่ฟางหรู!” อันจิ่วเม่ยยิ้มร่าขอบคุณ พร้อมถามชื่อของหัวหน้าไว้ด้วย เมื่อรู้ชื่อแล้วเธอก็สะพายตะกร้าใบโตแล้วเดินเข้าไปในอาคารอย่างกระตือรือร้นอันจิ่วเม่ยค่อย ๆ เดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง เมื่อมาถึง เธอเห็นห้องหลายห้องเรียงราย แต่ละห้องมีป้ายบอกชื่อไว้อย่างชัดเจน ทว่าตลอดทางกลับเงียบสงัดราวกับเมืองร้าง ไม่มีใครอยู่เลย จนกระทั่งเธอมาถึงห้องสุดท้าย ประตูห้องแง้มเปิดอยู่เล็กน้อยเหมือนเชื้อเชิญให้เข้าไปเธอยกมือเคาะประตูเบา ๆ ด้วยความประหม่า“เข้ามาได้” เสียงทุ้มต ่าของชายวัยกลางคนดังออกมาจากด้านใน
อันจิ่วเม่ยสูดลมหายใจลึก รวบรวมความกล้าก่อนผลักประตูเข้าไป ภายในห้อง เธอเห็นชายร่างท้วมนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ใบหน้าขมวดคิ้วมองรายงานในมืออย่างครุ่นคิด“สวัสดีค่ะ หัวหน้ากงจิ่นฟาน” อันจิ่วเม่ยยิ้มทักทาย“ฉันชื่ออันจิ่วเม่ย มาจากหมู่บ้านหนานเทียนค่ะ ตั้งใจมาเจรจาขอร่วมมือส่งสินค้ากับทางสหก