รณ์ของที่นี่”กงจิ่นฟานเงยหน้าขึ้นมอง สำรวจอันจิ่วเม่ยอย่างพินิจพิเคราะห์ตั้งแต่รูปร่างผอมบาง ใบหน้าเรียบนิ่ง มาจนถึงตะกร้าใบใหญ่ที่เธอสะพายมา ก่อนจะกล่าวด้วยน ้าเสียงเรียบเฉย“ฟางหรูเคยบอกว่าเธออยากมาคุยเรื่องส่งผัก…”กงจิ่นฟานถอนหายใจเบา ๆ “แต่ฉันต้องขอโทษจริง ๆ เธอคงเสียเวลาเปล่าแล้วล่ะ สหกรณ์ของเรายังไม่เคยร่วมงานกับหมู่บ้านในชนบทมาก่อน เราคุ้นเคยกับการทำธุรกิจกับโรงงานขนาดใหญ่มากกว่า”เขาเว้นจังหวะครู่หนึ่ง “แม้บางครั้งเราจะประสบปัญหาขาดแคลนสินค้าอยู่บ้าง แต่การร่วมมือกับหมู่บ้านห่างไกลอย่างของคุณไม่เคยอยู่ในแผนธุรกิจของเรา อีกอย่างรอบ ๆ ตัวเมืองยังมีหมู่บ้านที่มีศักยภาพและการขนส่งที่สะดวกกว่าอีกมาก”
คำปฏิเสธที่ตรงไปตรงมาของกงจิ่นฟานอาจทำให้คนอื่นท้อใจไปแล้ว แต่ไม่ใช่อันจิ่วเม่ย เธอยังคงยิ้มบาง ๆ อย่างมั่นใจ ราวกับเตรียมใจมาแล้วว่าต้องถูกปฏิเสธอันจิ่วเม่ยพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะตอบด้วยน ้าเสียงนุ่มนวล“หัวหน้าพูดถูกค่ะ ถ้าเป็นแค่ผักธรรมดา หมู่บ้านไหนก็หาได้ ไม่ต้องลำบากขนส่งมาไกลเลย”เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อด้วยความมั่นใจ “แต่ที่ฉันมาในวันนี้ ไม่ได้จะมาเสนอแค่ผักค่ะ และฉันมั่นใจว่า หมู่บ้านรอบๆ เมืองนี้ไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับผลิตสินค้าที่ฉันนำมาเสนอแน่นอนค่ะ”ว่าแล้วเธอก็ค่อย ๆ วางตะกร้าลงบนโต๊ะ หยิบปิ่นโตไม้ไผ่สามชั้นออกมาวาง ตามด้วยโถกระเบื้องใบเล็กที่ปิดผ้าขาวไว้อั