ผัดเค็มที่แบ่งมาจากหลี่เจียเฟิ่งให้กุ้ยฉาง ชายชรารับมาพร้อมทำสีหน้าท่าทางนิ่งเฉย แต่ในใจยิ่งรู้สึกเอ็นดูเด็กสาวคนนี้ที่ดูรู้ใจกว่าใคร“ไม่เห็นต้องลำบากหรอก แต่ก็ขอบใจมากนะ แล้วคราวนี้เธอจะมาขอเฟอร์นิเจอร์อะไรอีกล่ะ?”กุ้ยฉางแกล้งพูดขรึม ๆ แต่ก็เอาห่อเนื้อไปวางไว้ที่โต๊ะม้านั่ง แล้วกลับไปจัดการขยะของตนต่ออันจิ่วเม่ยรีบโบกมือปฏิเสธ “โอ๊ย! คุณปู่คิดมากไปแล้ว หนูไม่ได้มาขออะไรสักหน่อย วันนี้ตั้งใจเอาของมาฝากคุณปู่กับพี่ลู่ แล้วก็มาหาพี่ลู่ด้วยนะคะ”พูดจบ เธอก็เดินไปแยกขยะช่วยกุ้ยฉางอย่างคล่องแคล่ว เหมือนครั้งก่อนที่เคยทำจนคุ้นเคยดีแล้วกุ้ยฉางมองเด็กสาวแล้วลอบถอนใจพลางคิดในใจ ‘ถ้าไม่รู้ว่ายัยหนูนี่แต่งงานแล้ว ฉันคงถามไปแล้วว่าชอบหลานชายฉันรึเปล่า? ‘
แม้จะได้เจอกันแค่ครั้งเดียว แต่กุ้ยฉางก็สัมผัสได้ว่าอันจิ่วเม่ยเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมหรืออะไรซ่อนเร้นครั้งก่อนที่เจอกับหลานชาย เขาก็สังเกตว่าเธอวางตัวดี สุภาพไม่มีพิรุธใด ๆ เห็นได้ชัดว่าคงไม่มีอะไรเกินเลยระหว่างทั้งสองจริง ๆชายชรานึกถึงหลี่เจียเฟิ่ง ผู้เป็นสามีของอันจิ่วเม่ย ซึ่งเคยมาเชิญเขากับลู่เหอไปงานขึ้นบ้านใหม่ ‘สามียัยหนูนี่โชคดีจริง ๆ’“เธอนี่แปลกคน ชอบคุ้ยขยะจริง ๆ เป็นสาวเป็นนางไม่น่ามาทำอะไรสกปรก ๆ แบบนี้เลย” กุ้ยฉางแกล้งพูดดักคอด้วยน ้าเสียงเหน็บแนม“โธ่คุณปู่ หนูไม่ได้มาคุ้ยขยะเสียหน่อย ของพวกนี้มีค่าออกจะตาย! ยังไงก็ต้อง