งวันก่อนเธอยังงัดประตูห้องคุณย่าฉันตอนดึกเพื่อเข้าไปขโมยของ เราก็จับได้อีก”เธอสูดหายใจลึกก่อนจะพูดต่อ “ตอนนั้นเราคิดว่าไม่อยากให้เรื่องอัปยศในครอบครัวแพร่ออกไป และถ้าเรื่องใหญ่โตขึ้นมาคงจะกระทบการประเมินหมู่บ้านปลายปีแน่ ๆ แต่เธอกลับไม่จำบทเรียน”อันจิ่วเม่ยพูดต่อ “ยังมาขโมยของซ ้าแล้วซ ้าอีก ทั้งๆ ที่เราย้ายออกมาแล้ว เธอก็ยังมาขโมย ฉันทนไม่ไหวแล้วค่ะ เลยต้องมารบกวนลุงเหวินแต่เช้าเพื่อช่วยดูว่าเราควรจัดการเรื่องนี้ยังไงดีค่ะ”อันจิ่วเม่ยพูดจบก็เหมือนตอกตะปูตรึงซื่อหงไว้กับเสาแห่งความอัปยศผู้นำหมู่บ้านไม่คิดเลยว่าซื่อหงจะก่อเรื่องได้ขนาดนี้ สามวันดีสี่วันร้ายก็มีเรื่องให้วุ่นวาย จนต้องถอนหายใจด้วยความโมโห
ถ้าไม่ใช่เพื่อเกียรติยศของหมู่บ้าน เขาอยากจะส่ง ซื่อหงเข้าคุกจริง ๆ แต่เมื่อไม่นานมานี้อันตงหยางก็เพิ่งถูกส่งเข้าคุกไป ถ้าตอนนี้ส่งซื่อหงเข้าไปอีก ชื่อเสียงของหมู่บ้านคงจะย ่าแย่สุด ๆผู้นำหมู่บ้านสูดลมหายใจลึก ๆ สองครั้งเพื่อสงบอารมณ์ แล้วหันไปถามอันจิ่วเม่ย “พวกเธอเป็นผู้เสียหาย เธออยากจัดการยังไง?”เหวินฟู่โยนคำถามให้อันจิ่วเม่ย หนึ่งคือต้องการรู้ความคิดของเธอ สองคือต้องการทดสอบความสามารถในการจัดการปัญหาของเธอด้วยเขาค่อนข้างชอบเด็กผู้หญิงคนนี้ และอยากช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ แต่ก็มีข้อแม้ว่าคนคนนี้ต้องมีค่าพออันจิ่วเม่ยที่คิดแผนไว้แล้ว จึงตอบว่า “ตามหลักการแล้วควรส่งเธอเข้าคุก แต่นั่