เหวินฟู่คิดว่านี่เป็นความคิดที่ดี ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ซื่อหงก็จะสร้างปัญหาอีกแน่ๆดังนั้น โดยไม่สนใจเสียงอ้อนวอนและการอาละวาดของซื่อหง เหวินฟู่ก็พยักหน้าตกลง“งั้นก็ทำตามที่อันจิ่วเม่ยต้องการเถอะ ฉันจะเขียนหนังสือตัดญาติให้ ทั้งสองฝ่ายก็ประทับลายนิ้วมือ หลังจากนี้ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีก ส่วนซื่อหงถ้าทำแบบนี้อีก ฉันจะไล่เธอออกจากหมู่บ้านเลย จะไปไหนก็ไป หมู่บ้านเราทนเธอไม่ไหวแล้ว”เหวินฟู่พูดจบก็ให้คนไปเอากระดาษและปากกามา จะเขียนหนังสือตัดญาติทันทีซื่อหงโกรธจนแทบจะเป็นลม ผู้นำหมู่บ้านพูดง่าย ๆ ว่าให้ไปไหนก็ได้ แต่ในยุคนี้ ถ้าไม่มีจดหมายแนะนำตัว เธอก็ไปไหนไม่ได้เลย ถ้าถูกไล่ออกไปจะเป็นยังไงก็ไม่รู้“ถ้าไม่จนตรอกจริง ๆ ใครจะอยากปีนกำแพงตอนดึกดื่นแบบนี้ล่ะ!”ซื่อหงตะโกนด้วยความโมโห“เฮอะ! ทั้งสนับสนุนให้มันตัดญาติขาดมิตร ทั้งข่มขู่ฉัน ยายตัวดีนั่นมันใส่ยาพิษอะไรให้พวกแกกินเข้าไปกันแน่!” เธอพูดต่อด้วยน ้าเสียงเกรี้ยวกราด
“ฉันมาปีนกำแพงไม่ได้ขโมยอะไรไปสักอย่าง ซ ้าร้ายยังขาหักอีก พวกแกมากันตั้งนาน มีใครสนใจอาการบาดเจ็บของฉันบ้างมั้ย?”ซื่อหงระบายความอัดอั้นออกมา“พวกแกรุมกันรังแกผู้หญิงคนเดียวแบบนี้ ภูมิใจนักหรือไง ขอให้พวกแกตายไม่ดีทั้งหมด!” เธอสาปแช่งด้วยความแค้นอารมณ์ของซื่อหงพุ่งสูงถึงขีดสุดแล้ว ถ้าไม่ได้ระบายออกมาคงโมโหตายเป็นแน่ เธอจึงตะโกนออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ราวกับคนเป็นบ้าทุกคนไม่ชอบห