ดึกดื่นป่านนี้ทุกบ้านต่างหลับใหลกันหมดแล้ว ถ้าจะไปตามผู้นำหมู่บ้านมาตอนนี้ คงทำให้ท่านไม่พอใจแน่ รอให้ถึงเช้าค่อยจัดการดีกว่า“อื้อ ๆ ๆ…” ซื่อหงเบิกตาโพลง มองดูอันจิ่วเม่ยอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ไม่คิดเลยว่าเด็กอกตัญญูคนนี้จะไม่สนใจเธอจริง ๆ หรือว่าไม่กลัวเสียชื่อเสียงแล้ว?ย่าอันยืนดูอยู่ที่ประตู ไม่พูดอะไรสักคำ มองดูหลานสาวและสามีของหลานมัดซื่อหงเสร็จแล้วก็กลับเข้าบ้านไปนอน ต่อไปนี้เธอจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของซื่อหงอีก คนแบบนี้ไม่คู่ควรกับความสงสารของเธอสามคนแยกย้ายกลับไปนอน ทิ้งให้ลานบ้านกลับคืนสู่ความเงียบสงบ เหลือเพียงซื่อหงที่นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงมุมกำแพงคืนฤดูร้อนไม่ได้หนาวเย็น แต่ยุงชุมมากคืนนั้นซื่อหงถูกยุงรุมกัดจนตัวเป็นจ ้า ๆ ทรมานแสนสาหัสรุ่งเช้าวันต่อมา หลี่เจียเฟิ่งรีบไปตามผู้ใหญ่บ้านมาที่บ้านระหว่างทางมีชาวบ้านเห็นเข้าก็พากันตามมาดูเรื่องสนุก ไม่นานลานบ้านก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คนทุกคนมองดูซื่อหงที่ดูน่าสมเพชเวทนา พร้อมกับส่ายหัวและพูดจาวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา
“ลุงผู้นำหมู่บ้านคะ” อันจิ่วเม่ยเริ่มเล่าเรื่องราวอย่างไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ“พวกหนูจับตัวเธอได้เมื่อคืนดึก ๆ ตอนที่เธอปีนกำแพงลงมาแล้วขาหัก ฉันไม่ยอมพาเธอไปหาหมอ เลยมัดเธอไว้ที่นี่ทั้งคืน”“เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกแล้วนะคะ” อันจิ่วเม่ยพูดด้วยน ้าเสียงสั่นเครือ ความอดทนที่สะสมมานานถูกปลดปล่อยออกมา“เมื่อสอ