น้าเธออยู่แล้ว ไม่มีใครเข้าข้างเธอ พอเห็นเธอโวยวายด่าทอแบบนี้ ยิ่งรู้สึกรังเกียจมากขึ้นไปอีกโชคดีที่ผู้นำหมู่บ้านตกลงตามข้อเรียกร้องของพวกเขาแล้ว จึงไม่ต้องกังวลอะไรอีกอย่างไรก็ตาม ผู้นำหมู่บ้านก็ไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดจะผลักซื่อหงเข้าสู่ทางตัน เขาจึงพูดว่า“ฉันรู้ว่าตอนนี้เธอลำบาก หมู่บ้านจะให้ยืมข้าวไปกินก่อน ขอแค่เธอขยันทำงาน รับรองเลี้ยงตัวเองได้ อย่าก่อเรื่องวุ่นวายมาให้ฉันปวดหัวอีก”ขณะพูดผู้นำหมู่บ้านขมวดคิ้วแน่น ความรังเกียจฉายชัดบนใบหน้า
ซื่อหงได้ยินดังนั้นจึงสงบลง อย่างน้อยก็ไม่ได้ไล่เธอออกไปตายเอาดาบหน้า“แล้วขาของฉันล่ะ?” ซื่อหงถามอย่างไม่รู้จักบุญคุณบางคนนี่ช่างไม่รู้จักสำนึกบุญคุณเอาซะเลย พอผู้นำหมู่บ้านใจอ่อนนิดหน่อย ก็รีบฉวยโอกาสทันที ช่างไม่รู้จักเกรงใจเสียจริงแต่เหวินฟู่ก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาเหยียบหัวได้ง่าย ๆ เขาแค่นเสียงอย่างเย็นชา “นี่มันเป็นเรื่องที่เธอก่อเอง ต้องรับผลกรรมเองจะมาเกี่ยวอะไรกับฉัน?”เหวินฟู่ไม่อยากยุ่งไปมากกว่านี้แล้ว ที่ผู้นำหมญู่บ้านไม่ปล่อยให้ซื่อหงอดตายก็ถือมีน ้าใจมากแล้ว ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับผู้นำหมู่บ้าน ปีนกำแพงจนขาหักเอง แล้วจะมาให้ผู้นำหมู่บ้านรับผิดชอบได้ยังไง?ที่ไม่ส่งไปโรงพักก็ถือว่าใจดีมากแล้ว นี่มันช่างไม่รู้จักบุญคุณจริง ๆไม่นานก็มีคนนำกระดาษและปากกามา เหวินฟู่เขียนหนังสือตัดญาติแล้วให้ทั้งสองคนประทับลายนิ้วมือขณะกำลังจะเก็บย่