าอันก็แทรกตัวเข้ามาในฝูงชนพลางร้องบอก“ฉันก็จะประทับลายนิ้วมือด้วย ฉันกลัวว่าเธอจะมาวุ่นวายกับฉันด้วย!”
แม้จะไม่จำเป็น แต่เหวินฟู่ก็ยอมให้อีกฝ่ายทำตามที่ต้องการอันจิ่วเม่ยรู้ดีว่าหนังสือตัดญาตินี้ไม่มีผลทางกฎหมาย แต่ถ้ามันทำให้ซื่อหงสงบปากสงบคำได้สักพัก ก็ถือว่าดีแล้ว อย่างน้อยก็ทำให้เธอได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปอีกสักระยะเมื่อเรื่องจบลง ผู้นำหมู่บ้านก็จัดการให้คนหามตัวซื่อหงกลับไปแถมยังส่งอาหารไปให้ด้วย ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว อนุญาตให้พักสองวันแล้วกลับมาทำงาน ถ้ากล้าขี้เกียจละก็ หมู่บ้านจะไม่สนใจความเป็นความตายของเธออีก“ลุงเหวิน ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ” อันจิ่วเม่ยกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจอันจิ่วเม่ยยืนอยู่ต่อหน้าผู้นำหมู่บ้าน เธอโค้งคำนับอย่างจริงจังถ้าไม่ได้เขาช่วย เรื่องคงไม่ราบรื่นขนาดนี้ในใจเหวินฟู่ก็ไม่สบายใจ แต่ก็รู้ว่าไม่ใช่ความผิดของอันจิ่วเม่ยจึงไม่ได้ตำหนิเธอ เพียงแต่ถอนหายใจแล้วพูดว่า “เฮ้อ…ยัยหนูก็ลำบากเหมือนกันนะ ต่อไปก็ดูแลย่าให้ดี ๆ ล่ะ”เธอพยักหน้าหนัก ๆ น ้าตายังคงเปื้อนใบหน้า เหวินฟู่ในฐานะผู้อาวุโสมองแล้วก็รู้สึกสงสาร เด็กน้อยต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ช่างน่าเวทนาจริง ๆ
พอทุกคนแยกย้ายกันไปแล้ว เธอก็รีบเช็ดน ้าตาทันที ใบหน้าเปลี่ยนเป็นยิ้มกริ่ม พูดกับย่าอันอย่างภาคภูมิใจ “ย่าเห็นไหมล่ะ หนูบอกแล้วว่าซื่อหงไม่กล้าพูดเรื่องเหลวไหลหรอก”ย่าอันยิ้มพยักหน้า หลานสาวเก่งขึ้นทุกวัน ถ้าเธอ