หลี่เจียเฟิ่งหยักหน้าให้เล็กน้อย “พรุ่งนี้ฉันจะเข้าเมืองไปสืบเรื่องครอบครัวของเธอ”“จริงเหรอคะ?” ดวงตาของอันจิ่วเม่ยเป็นประกายขึ้นมาทันที “ถ้าอย่างนั้น ช่วยแวะไปเชิญลู่เหอกับเพื่อน ๆ ของคุณมาร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ด้วยนะ”“ได้” หลี่เจียเฟิ่งพยักหน้าช้า ๆ รับคำด้วยท่าทีสงบนิ่ง“งั้นคืนนี้เรานอนกันแต่หัวค ่านะคะ พรุ่งนี้คุณจะต้องเข้าเมืองส่วนฉันจะไปเตรียมเล้าไก่กับเล้าเป็ดที่ข้างบ้าน และคงต้องเตรียมดินปลูกผักด้วย” เธอพูดพลางยิ้มหวาน ดวงตาส่องประกายด้วยความกระตือรือร้นหลี่เจียเฟิ่งมองภรรยาสาวด้วยความเอ็นดู เธอดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากเมื่อได้มีบ้านเป็นของตัวเองหลี่เจียเฟิ่งเผลอยิ้มมุมปากอย่างอ่อนโยน โดยไม่รู้ตัวอันจิ่วเม่ยที่กำลังมองเขาอยู่ถึงกับชะงักไป เธอสังเกตว่าช่วงนี้หลี่เจียเฟิ่งยิ้มบ่อยขึ้น แต่รอยยิ้มครั้งนี้มันดู…แปลกออกไป อ่อนโยน…อบอุ่น…?“อะไรเหรอ?” หลี่เจียเฟิ่งถามเมื่อเห็นภรรยานิ่งเงียบ จ้องเขานิ่งๆ ทำให้เขาคิดว่าตัวเองเผลอทำอะไรผิดไป
“คุณยิ้มแบบนี้แล้วดูดีมาก ๆ เลยนะ” อันจิ่วเม่ยชมเขาอย่างตรงไปตรงมา พลางฉีกยิ้มกว้างด้วยความจริงใจ“…ไปนอนกันเถอะ” หลี่เจียเฟิ่งลุกพรวดเดินตรงไปที่ห้องพร้อมกับใบหูที่แดงระเรื่อน่ารักเกินไปแล้ว! หัวใจอันจิ่วเม่ยเต้นระรัว ปกติหลี่เจียเฟิ่งจะสุภาพกับเธอเสมอ เป็นสุภาพบุรุษเสมอต้น เสมอปลาย แต่มีไม่บ่อยนักที่เธอจะเห็นคนสุขุมอย่างเขามีท่าทางแบบนี้อันจิ่วเม่ยหัวเรา