พลางถอนหายใจยาวเหยียด ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มบาง “เด็ก ๆ ต้องใช้วิธีแบบนี้แหละถึงจะได้ผล”อันจิ่วเม่ยยืนแจกลูกอมเป็นรางวัลให้เด็ก ๆ คนละสี่เม็ด แต่เมื่อมาถึงเพ่ยอิงที่ยังคงทำหน้าบูดบึ้งตลอดเวลา เธอจงใจยื่นลูกอมให้เพียงหนึ่งเม็ดเท่านั้น ราวกับเป็นการสั่งสอนเป็นนัย ๆบทเรียนนี้ทำให้ทุกคนเข้าใจชัดเจน การขี้เกียจที่นี่ไม่ต่างอะไรกับการเอาไม้ไปแหย่รังต่อ มีแต่จะโดนต่อยจนหน้าบวมเท่านั้น!เพ่ยอิงยืนนิ่ง ใบหน้าแดงก ่าด้วยความโกรธจัดจนแทบมีควันออกจากหู ดวงตาวาววับด้วยความโมโห “อันจิ่วเม่ย! เธอหมายความว่ายังไงกันแน่ ฮะ?!”เธอไม่สนใจลูกอมพวกนั้นหรอก ประเด็นสำคัญคืออันจิ่วเม่ยปฏิบัติต่อเธอแตกต่างจากคนอื่นราวกับเธอเป็นตัวประหลาด ทำให้เธอรู้สึกอับอายขายหน้าจนอยากจะมุดดินยิ่งเห็นเจียลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ คอยแลบลิ้นใส่เธอไม่หยุด ราวกับงูพิษที่พร้อมจะฉกกัดทุกเมื่อ ยิ่งทำให้ความโกรธพลุ่งพล่านขึ้นมาอันจิ่วเม่ยหันมามองเธอ น ้าเสียงเรียบเย็นแต่คมกริบราวใบมีดโกน “อาจะทำอะไร เธอมีสิทธิ์มาถามด้วยหรือ?”มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน “หรือว่าอยากให้ฉันเอาลูกอมยัดปากแทน?”
“อันจิ่วเม่ย!” เสียงตวาดลั่นของเพ่ยอิงดังก้องไปทั่วบริเวณ ความโกรธแค้นระเบิดออกมาในที่สุดขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด เงาร่างสูงของหลี่เจียเฟิ่งก็ปรากฏที่ประตู เมื่อเห็นความวุ่นวายในบ้าน เขาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ราวกับเห็นฝูงแมลงสาบบุกรุกอาณาเขต