อันจิ่วเม่ยนิ่งเงียบ ไม่ตอบโต้อะไร แค่รอดูว่าอีกฝ่ายจะเล่นละครตอนไหนกันแน่“ได้ข่าวว่าวันนี้ไปซื้อเฟอร์นิเจอร์มาใช่มั้ย? แถมยังเป็นของเก่าๆพังๆ ทั้งนั้น ดูท่าพวกเธอคงจะจนแสนจนเลยสินะ ช่างน่าสงสารจริง ๆ”เสียงของซื่อหงฟังดูสะใจแต่สีหน้ากลับแสดงความเวทนาสงสารจนดูเหมือนกำลังเล่นละครน ้าเน่า ช่างน่าขยะแขยงเสียจริง!อันจิ่วเม่ยยังคงนิ่งเฉยราวกับรูปปั้น เธอได้ยินอีกฝ่ายพูดต่อว่า“ถ้าเธอไม่มีเงิน ทำไมไม่ไปขอจากย่าล่ะ? ฮึ รักเธอจนหัวปักหัวปำขนาดนั้น ย่าเธอไม่เคยบอกเลยเหรอว่ามีปิ่นหยกเก่าที่สามารถแลกเป็นเงินได้ แถมยังไม่ใช่น้อย ๆ ด้วย”อันจิ่วเม่ยขมวดคิ้วจนแทบจะผูกเป็นโบว์ได้ เธอไม่เคยได้ยินเรื่องปิ่นหยกนี่มาก่อนเลย แม้แต่ในนิยายต้นฉบับที่เธออ่านจนขึ้นใจก็ไม่เคยพูดถึง ถึงมันจะมีจริง ๆ ก็ไม่ควรนำไปขายช่วงที่ประเทศเป็นแบบนี้ นอกจากจะแลกเงินไม่ได้เท่าไหร่แล้ว ยังจะนำความวุ่นวายมาให้ตัวเองอีกซื่อหงไม่ใช่ว่าไม่รู้เรื่องนี้ แต่เธอก็ยังกล้ามาพูดต่อหน้า อันจิ่วเม่ย ราวกับไม่กลัวเกรงอะไรทั้งสิ้น นั่นแสดงว่าเธอไม่ได้ต้องการเงินหรอก แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือปิ่นหยกปริศนานั่นต่างหาก
“ถ้าฉันขาดเงิน ฉันจะหาทางเอาชนะความยากจนเอง ไม่จำเป็นต้องให้คุณมายุแยงตะแคงรั่วที่นี่หรอก” อันจิ่วเม่ยพูดเสียงเย็นเยียบ“ของของย่า ย่าอยากให้ใครก็ให้ไป แต่อย่าคิดอะไรชั่ว ๆ ล่ะ ไม่งั้นฉันจะทำให้คุณต้องเสียใจที่เกิดมาเจอฉัน”อันจิ่ว