เหอตั้งตัวไม่ทันกับคำเรียกที่แสดงถึงความสนิทสนมของอันจิ่วเม่ย เขารีบโบกมือปฏิเสธอย่างสุภาพ “ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ ขอบคุณสหายทั้งสองมาก”
เขาพูดพลางหัวเราะเบา ๆ “สหายอันก็เคยช่วยผมมาก่อน นี่แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเองครับ แถมคุณปู่ของผมกำลังรอให้ผมกลับไปทำอาหารอยู่ด้วย ถ้าช้าคงโดนดุแน่ๆ ผมคงอยู่นานไม่ได้แล้วล่ะครับ”ขณะที่พูด ลู่เหอก็ไม่ได้อยู่เฉย เขายกของลงอย่างคล่องแคล่วหลี่เจียเฟิ่งมองตามด้วยความสงสัยพร้อมกับครุ่นคิดว่าพวกเขาสองคนรู้จักกันได้อย่างไร แต่เพียงไม่นานเขาเลิกคิด เพราะเดิมทีอันจิ่วเม่ยก็มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอันจิ่วเม่ยเห็นว่าลู่เหอไม่สะดวกที่จะอยู่ต่อก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรมากเธอเพียงแค่ยิ้มอ่อนโยนและพยักหน้ารับ “ถ้าพี่ลู่ไม่สะดวกวันนี้ก็ไม่เป็นไรค่ะ ไว้โอกาสหน้านะคะ”จากนั้นหญิงสาวก็เอ่ยลาก่อนจะเดินกลับบ้าน ทิ้งให้ชายหนุ่มทั้งสองช่วยกันจัดการเฟอร์นิเจอร์ต่อไปหลังจากที่อันจิ่วเม่ยเดินออกไปแล้ว ชายหนุ่มทั้งสองก็เริ่มช่วยกันยกเฟอร์นิเจอร์เข้าไปในบ้านลู่เหอเมื่อได้ก้าวเข้ามาภายในบ้านก็แอบรู้สึกทึ่ง บ้านที่ด้านนอกดูธรรมดาเรียบง่าย แต่ภายในกลับสะอาดสะอ้านและน่าอยู่มากกว่าที่เขาคิดไว้ไม่กี่อึดใจ ทั้งสองก็จัดการขนเฟอร์นิเจอร์เสร็จเรียบร้อย ขณะที่ลู่เหอกำลังจะเอ่ยลาลา หลี่เจียเฟิ่งก็ยื่นซองบุหรี่ให้เขาแบบกะทันหัน
มันเป็นซองบุหรี่ที่เขาพกติดตัวไว้เพื่อมอบให้ลุงมู่เฉิ